เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 ส.ค. 69 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ครั้งที่ 10/2569 ที่หารือกันเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ว่า การประชุมวันนี้เป็นการรับรองมติที่นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ได้ลงนามยกเลิกบัญชีการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 และเตรียมขึ้นบัญชีใหม่ นอกจากนี้ยังได้กำหนดวิธีการปฏิบัติ ภายหลังจากที่มีการขึ้นบัญชีใหม่แล้ว จะมีผู้ที่สอบได้โดยสุจริต ประมาณ 12,000 คน ได้ดำเนินการตามที่มีการบรรจุไปแล้ว
ขณะที่กลุ่มที่มีคะแนนไม่ถูกต้อง มีความคลาดเคลื่อน หรือคะแนนสูงขึ้นผิดปกติ จะไม่ได้ถูกขึ้นบัญชี ในวันที่ 6 ส.ค. ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ก็จะนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อ ก.กลาง เพื่อทราบ และพิจารณาดำเนินการต่อไป
กลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีก มี 2 ส่วน 1.เกือบ 500 คน ยังไม่ได้ขึ้นบัญชี ก็จะไม่ได้ขึ้นบัญชี 2.ส่วนที่มีการบรรจุไปแล้วเกือบ 100 คน จะมีการพิจารณาว่าจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เพราะเมื่อเขาสอบผ่าน ตามกติกาต้องขึ้นบัญชีให้เขาก่อน ซึ่งทาง สถ. กำหนดแนวทางไว้แล้ว ขณะเดียวกันฝ่ายตำรวจก็จะสอบสวนด้วยว่าได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นมาอย่างไร
นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการ ก.กลาง ชี้แจงในรายละเอียดสำหรับกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีกว่า มีทั้งหมดประมาณ 774 คน ขึ้นบัญชีรอบแรกไปแล้ว 561 คน ไม่มารายงานตัว 211 คน ใน 561 คน เมื่อแยกกลุ่มเพื่อเรียงลำดับจริงแล้วมีผู้ยังอยู่ในบัญชี แค่ 97 คน อีก 464 คน จะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอคิวตามที่มีการจัดลำดับบัญชีใหม่ กลุ่มนี้ เราดำเนินการตามมาตรฐานของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการในชั้นตรวจสอบทุจริต เป็นชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชุดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปผลพบว่าผู้เกี่ยวข้องมีเป็นร้อยคน บุคคลเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง เขาจะแจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย เราก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่เพิ่มเติมจาก 5 คน ที่เคยตั้งสอบวินัยร้ายแรงไปแล้ว หน้าที่ของ กสถ. ขณะนี้คือยกเลิกบัญชีเก่า แล้วขึ้นบัญชีใหม่ ตามคะแนนจริงที่ดำเนินการไม่เกิน 5 นาที หลังจากที่มีใบคะแนน เราก็ขึ้นบัญชีตามนั้น ใครไม่ถูกต้อง ทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ พอเราสอบไปถึง คนเหล่านี้ก็จะอยู่ไม่ได้ ก็จะต้องถูกดำเนินการ แต่ก็ต้องให้สิทธิเขาโต้แย้ง ยิ่งรับราชการอยู่แล้วก็ต้องถูกให้ออกจากราชการ ถูกดำเนินคดี อาจไปถึงถูกจำคุกหรือไม่ก็ต้องดูที่กฎหมายด้วย” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ใน 97 คน อาจมีบางส่วนเป็นผู้บริสุทธิ์ก็มีด้วยใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้น แต่เรายังบอกไม่ได้ว่าเขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นจากใคร คนไหนเพิ่มให้เขา เขาติดต่อใครเพื่อทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น อาจไม่ใช่ตัวเขาก็ได้ อาจจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องเขา พอตำรวจสืบไปถึงใคร คนนั้นก็ต้องเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถหลุดรอดความผิดไปได้
“สำหรับรายชื่อข้าราชการกว่า 100 คน ที่คณะกรรมการชุดนายปกรณ์ สรุปมา กำลังเสนอไปที่นายกรัฐมนตรี ใน 100 คนเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่ระดับสูงจนถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆ ไม่ใช่บุคคลที่เข้าสอบใน 97 คน ก็จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อส่งมาให้กระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มตามที่ตนกล่าวไป วันที่ 6 ส.ค. คณะกรรมการสอบสวนวินัยราชการ ที่มีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานพิจารณา ซึ่งจะเชิญนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. มาให้ปากคำ”




