สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่ากระทรวงสารสนเทศปากีสถานประกาศแนวทางใหม่ เพื่อควบคุมการทำงานของสื่อระหว่างประเทศในประเทศ
ทั้งนี้ ผู้ที่ทำงานกับให้สื่อต่างประเทศ รวมถึงชาวปากีสถาน ต้องขออนุญาตก่อนเดินทางไปทำข่าวนอกกรุงอิสลามาบัด เมืองการาจี และเมืองลาฮอร์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า มาตรการดังกล่าวทำให้การรายงานข่าวภาคสนามในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศขึ้นอยู่กับดุลพินิจและช่วงเวลาที่ทางการอนุญาต
ขณะเดียวกัน ยังมีเสียงวิจารณ์ว่า กฎดังกล่าวเท่ากับเป็นการบีบพื้นที่การทำงานของสื่อต่างประเทศ และอาจเปิดช่องให้ข้อมูลบิดเบือนและข่าวปลอมแพร่กระจายมากขึ้น
ปัจจุบัน ปากีสถานอยู่ในอันดับ 153 จาก 180 ประเทศ ในดัชนีเสรีภาพสื่อโลก ด้านรัฐบาลปากีสถานยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายจำกัดสื่อ แต่เป็นกลไกเพื่อยืนยันตัวตน อำนวยความสะดวก และประสานงานกับสื่อต่างประเทศ
Pakistan restricts international media reporting https://t.co/7kpnozzBgA
— BBC News (World) (@BBCWorld) August 5, 2026
อย่างไรก็ตาม กฎใหม่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการขอใบรับรองไม่มีข้อคัดค้าน หรือ เอ็นโอซี ใช้เวลานานเพียงใด โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวต่างประเทศหลายคนต้องรอเอ็นโอซีนานหลายเดือน หรือไม่ได้รับคำตอบ ส่งผลให้ไม่สามารถรายงานข่าวด่วนจากพื้นที่จริงได้อย่างทันท่วงที
ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศจึงมักอาศัยผู้สื่อข่าวชาวปากีสถาน ซึ่งสามารถลงพื้นที่สะดวกกว่าการให้ผู้สื่อข่าวต่างชาติเดินทางเข้าไปเอง แต่ภายใต้กฎใหม่ ผู้สื่อข่าวหรือผู้ร่วมงาน รวมถึงฟรีแลนซ์ที่อยู่นอก 3 เมืองที่กำหนด ต้องขอเอ็นโอซีก่อนลงพื้นที่ทำข่าว
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวอาจถูกเพิกถอนใบรับรอง หากถูกมองว่ากระทำการกระทบต่ออุดมการณ์ อธิปไตย ความมั่นคง หรือความสงบเรียบร้อยของปากีสถาน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านอินเทอร์เน็ตและสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคแคชเมียร์ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างปากีสถานกับอินเดีย ทำให้การตรวจสอบข้อมูลภาคสนามทำได้ยาก และการรายงานข่าวมีความอ่อนไหวทางการเมืองอย่างมาก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



