สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโคลอมเบียออกแถลงการณ์ ปฏิเสธรายงานข่าวที่กล่าวหาว่า รัสเซียมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายจัดหาทหารรับจ้างชาวโคลอมเบีย เพื่อเข้าร่วมสนับสนุนการทำสงครามในยูเครน
ทั้งนี้ สำนักข่าว “โนติเซียส คาราโคล” ของโคลอมเบีย เผยแพร่รายงานเชิงสืบสวนเมื่อวันที่ 3 ส.ค. เป็นการนำเสนอคำให้การและเอกสารที่กล่าวหาว่า รัสเซียเกณฑ์ชาวโคลอมเบียเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสู้รบกับยูเครน
สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโคลอมเบียยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับนายหน้าจัดหาทหารที่ถูกกล่าวถึงในรายงาน และไม่ทราบแม้แต่น้อยว่าบุคคลเหล่านั้นนำเงินทุนมาจากแหล่งใดเพื่อดำเนินกิจกรรม
???? En relación con el reciente reportaje de @NoticiasCaracol publicamos este Comunicado de Prensa
— Embajada de Rusia en Colombia (@RusiaColombia) August 5, 2026
❌ La Embajada vuelve a reiterar que no tiene ninguna conexión con los reclutadores mencionados en el reportaje, ni la más mínima idea de cómo financian su actividad
☝️ Es más, en… pic.twitter.com/ZJmbx9KxBN
อย่างไรก็ตาม สมาชิกครอบครัวของชาวโคลอมเบีย ที่ได้รับการว่าจ้างให้ทำงานด้านการรักษาความปลอดภัยในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตทหาร ระบุว่า บุคคลใกล้ชิดของพวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมในรัสเซียและยูเครน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. 2568 ศาลรัสเซียพิพากษาจำคุกชาวโคลอมเบีย 2 คนเป็นเวลา 13 ปี หลังกล่าวหาว่าทั้งคู่เข้าร่วมรบกับกองทัพยูเครน
ขณะที่ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย ยืนยันว่า มีชาวโคลอมเบียอย่างน้อย 7,000 คนเข้าร่วมสู้รบในรัสเซียและยูเครนเพื่อแลกกับเงิน ส่วนใหญ่เป็นทหารรับจ้าง เนื่องจากมีทักษะและประสบการณ์ด้านการสู้รบจากการปฏิบัติหน้าที่ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกองโจรและแก๊งค้ายาเสพติด
อนึ่ง สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เคยประเมินว่า มีชาวโคลอมเบียอย่างน้อย 10,000 คนถูกเกณฑ์หรือจัดหาตัวไปเข้าร่วมความขัดแย้งทางอาวุธในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยหลายคนต้องเผชิญกับ “สภาพที่ไร้มนุษยธรรม”.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



