เมื่อวันที่ 6 ส.ค.นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะทำงานของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Zero Dropout) พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา นายกฤษณพงศ์ กีรติกร และนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ ร่วมวางทิศทางการขับเคลื่อน ซึ่งการขับเคลื่อนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการต่อยอดจาก “Thailand Zero Dropout” สู่ “ASEAN Zero Dropout” นำประสบการณ์ของประเทศไทยไปสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อให้การแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบไม่หยุดอยู่เพียงการพาเด็กกลับเข้าสู่โรงเรียน แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้เด็กทุกคนมีเส้นทางการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ สร้างอาชีพ และสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้
“โจทย์ของ Zero Dropout ไม่ใช่เพียงว่าเราจะพาเด็กกลับเข้าโรงเรียนได้กี่คน แต่คือเราจะสร้างระบบอย่างไรให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ต่อได้ แม้ต้นทุนและเงื่อนไขชีวิตจะแตกต่างกัน วันนี้ประเทศไทยจึงต้องการนำบทเรียนที่เรามี ไปเชื่อมกับพลังของประเทศสมาชิกและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อทำให้เรื่องนี้กลายเป็นวาระร่วมของอาเซียน

นายคณาพจน์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ที่ประชุมได้หารือแนวทางนำบทเรียนจาก Thailand Zero Dropout ไปต่อยอดในระดับอาเซียน ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ นวัตกรรมและเครื่องมือในการค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบ รวมถึงการแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างหลักประกันให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับบริบทชีวิตของตนเอง ขณะเดียวกันที่ประชุมได้หารือการจัดทำ Roadmap ของ ASEAN Zero Dropout เพื่อผลักดันข้อริเริ่มของประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับภูมิภาค โดยมีหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit 2028) ในเดือนพ.ย.2571 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ
“เด็กหนึ่งคนที่หลุดจากระบบ ไม่ได้หมายถึงเพียงหนึ่งที่นั่งที่ว่างลงในห้องเรียน แต่อาจหมายถึงหนึ่งโอกาส หนึ่งความฝัน และหนึ่งอนาคตที่กำลังหายไป ASEAN Zero Dropout จึงเป็นความพยายามที่จะทำให้ประเทศในภูมิภาคร่วมกันสร้างระบบที่ไม่ปล่อยให้เด็กคนใดหลุดหายไปจากโอกาสทางการศึกษา” นายคณาพจน์ กล่าว
สำหรับการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กรมอาเซียน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตลอดจนองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ UNESCO Bangkok, SEAMEO และ UNICEF Thailand เพื่อร่วมกันสะท้อนการบูรณาการความร่วมมือทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค



