ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 3 ชูบทบาท “Export Co-pilot” ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เร่งบ่มเพาะศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs กลุ่ม Gen Y กว่า 50 ราย เติมเต็มองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และเครือข่ายธุรกิจ พร้อมปลดล็อกศักยภาพผู้ส่งออกไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

พิธีเปิดจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นำโดย นายบัณฑิต สะเพียรชัย ประธานกรรมการบริหาร EXIM BANK พร้อมด้วย นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ นางสาวดรัสวันต์ ชูวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ คณะผู้บริหาร และผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตร

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เผยข้อมูลน่าสนใจว่า จากผู้ประกอบการไทยทั้งหมดราว 3.2 ล้านราย มีผู้ที่สามารถผันตัวเป็นผู้ส่งออกได้จริงเพียงประมาณ 23,000 ราย หรือ ไม่ถึง 1% ของทั้งประเทศ และแม้ในไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกของ SMEs จะเติบโตพุ่งสูงถึง 52.6% แต่คิดเป็นสัดส่วนเพียง 15% ของมูลค่าส่งออกรวม สะท้อนถึงโอกาสและช่องว่างมหาศาลที่รอการปลดล็อก

ขณะเดียวกัน ด้าน นายบัณฑิต สะเพียรชัย ประธานกรรมการบริหาร EXIM BANK เน้นย้ำว่า โอกาสในตลาดโลกยังเปิดกว้างสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น:

  • อาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูง: ผลไม้แปรรูป อาหารสุขภาพ เครื่องปรุงพรีเมียม
  • บรรจุภัณฑ์และพลาสติก: เติบโตตามอุตสาหกรรมอาหาร
  • ยานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์: ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่เติบโตตามการลงทุน Data Center และ AI ทั่วโลก

หลักสูตร EXIM 2X ออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ที่คิด วางแผน และปรับตัวได้ทันท่วงที โดยในรุ่นที่ 3 ได้ปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยและประยุกต์ใช้ได้จริงมากยิ่งขึ้น ครอบคลุม:

  1. องค์ความรู้และเทคโนโลยี: การเจาะตลาดต่างประเทศ กฎระเบียบศุลกากร การใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า
  2. การสร้างมูลค่าเพิ่ม: Workshop การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการเพิ่มมูลค่าสินค้า
  3. การเงินและการบริหารความเสี่ยง: การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการค้า
  4. เครือข่ายและการจับคู่ธุรกิจ: กิจกรรม Business Matching กับคู่ค้าต่างชาติ มุ่งเน้นตลาดศักยภาพสูง เช่น จีน อินเดีย และมาเลเซีย

ตลอด 2 รุ่นที่ผ่านมา โครงการ EXIM 2X ได้พัฒนาผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 70 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจสำเร็จมากกว่า 90 คู่เจรจา และได้รับอนุมัติสินเชื่อพร้อมประกันการส่งออกรวมกว่า 544 ล้านบาท ยืนยันถึงความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศการส่งออกอย่างเป็นรูปธรรม