เมื่อวันที่ 8 ส.ค.69 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มีหาดไทย เป็นประธานมอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย แก่หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และผู้บริหาร ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยน เข้าร่วม

นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ในวันนี้ เพื่อพบปะผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สส. ตลอดจนผู้นำท้องถิ่นและประชาชน เพื่อเน้นย้ำถึงนโยบายด้านความปลอดภัยในสังคม โดยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการร่วมกันสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองทั้งในสถานศึกษาและชุมชน รวมถึงให้ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อช่วยเหลือเรื่องโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การแก้ไขปัญหานอมินี เรื่องนโยบายสนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเรือนตาม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด

“เรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ขอความร่วมมือให้ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งนี้ หากสามารถลดปัญหายาเสพติดได้สำเร็จ จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินที่ต้องใช้ในการบำบัดและปราบปราม พร้อมย้ำหน้าที่ของผู้นำชุมชนต้องทำให้ชุมชนปลอดภัย โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น “ทำงานให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่เสร็จ”” นายพลพีร์ กล่าว


นายพลพีร์ ยังได้กล่าวชื่นชมความเสียสละของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นด่านหน้าทำงานอย่างหนักในช่วงวิกฤตโควิด-19 จนเป็นที่มาของการพิจารณาปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้ในเวลาต่อมา ในขณะเดียวกัน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละแต่ยังคงขาดแคลนทั้งค่าตอบแทนประจำและเครื่องแบบ โดยรับปากว่าจะเร่งผลักดันสวัสดิการและจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ ชรบ. อย่างเต็มความสามารถ

รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ในเรื่องการลดภาระค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายของประชาชน อาทิ การปรับลดค่าไฟ การผลักดันภาระค่าไฟถนนสาธารณะออกจากบิลของประชาชน และการลดภาระหนี้สินผ่านการอุดหนุนดอกเบี้ยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนหมู่บ้าน และดอกเบี้ย ธ.ก.ส. ให้ประชาชนคนละครึ่ง รวมถึงการปรับปรุงโครงการจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กระจายลงสู่ระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อลดภาระค่าเดินทางของชาวบ้าน อีกทั้งยังมีการปรับปรุงเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ครอบคลุมและเป็นธรรมมากขึ้น พร้อมกับจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ณ ที่ว่าการอำเภอ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการอุทธรณ์สิทธิและลดขั้นตอนการติดต่อราชการ

“รัฐบาลเตรียมมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยจะมอบเงินอุดหนุนคันละ 10,000 บาท พร้อมจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 เพื่อลดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับประชาชนและ อสม. นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันโครงการสนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเรือน โดยรัฐบาลจะอุดหนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาท และให้ธนาคารรัฐปล่อยกู้ส่วนที่เหลือด้วยดอกเบี้ยต่ำโดยใช้ประวัติการชำระค่าไฟเป็นเกณฑ์พิจารณา ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถนำกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปขายคืนให้แก่รัฐ เพื่อนำรายได้ส่วนนั้นมาผ่อนชำระกับธนาคารโดยไม่ต้องเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของตนเอง” นายพลพีร์ กล่าวเ

นายพลพีร์ กล่าวต่ออีกว่า ขอให้หน่วยงานในพื้นที่ทำงานเชิงรุก ปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วและเข้าถึงประชาชน อาทิ กรมที่ดิน (ทด.) ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณะและเร่งรัดการออกโฉนด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ต้องจัดระเบียบการนำสายเคเบิลลงใต้ดินอย่างเป็นระบบพร้อมซ่อมแซมผิวจราจรให้ปลอดภัย การประปาต้องดูแลคุณภาพน้ำให้สะอาดและมีแรงดันเพียงพอ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ต้องปรับรูปแบบการปล่อยกู้ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเสียใหม่ โดยมุ่งเน้นการสร้างอาชีพที่มีตลาดรองรับ บริหารจัดการให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้กลุ่มสตรีที่กู้เงินไปสามารถสร้างกำไรและปลดหนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เรื่องการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งให้กำลังใจคนทำงานว่าอย่าหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ให้ยึดถือผลประโยชน์และการดูแลประชาชนในพื้นที่เป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ ขอให้ผู้นำชุมชนช่วยกันใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย วิทยุหอกระจายข่าว ในการประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาลให้ชาวบ้านรับทราบ พร้อมทั้งร่วมทำงานบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ และขอเป็นกำลังใจให้แก่ข้าราชการในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวสุรินทร์.



