ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมและแฟนเพลงให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับการจากไปอย่างน่าสลดใจของ “เต้-ธามัน เต้พันธ์” หรือ “เต้ ดราก้อนไฟว์” ล่าสุดด้าน “แอนดี้ เขมพิมุก” เพื่อนร่วมวง ได้นำพระอาจารย์ไปทำพิธีสวดถอนและเชิญดวงวิญญาณของเต้ ณ บริเวณสะพานพระราม 7 เพื่อนำดวงวิญญาณกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบัวขวัญ

พร้อมกันนี้ แอนดี้ ได้เผยความคืบหน้าทางคดีหลังได้พูดคุยกับตำรวจ โดยแอนดี้ เผยว่า “ผมก็ไปสถานที่ที่เจอเต้ แล้วผมก็นิมนต์พระอาจารย์ของผมไปสวดถอนบอกเต้ว่าไม่ต้องอยู่ตรงนี้แล้วนะ ไปอยู่ที่วัด แม่และทุกคนรออยู่ 26 ปีที่เราอยู่ด้วยกันมา ก็แปลกใจอยู่นะครับ ปกติผมจะมีเซ้นส์อยู่ เวลาผมไปเจออะไรแบบนี้ผมจะได้กลิ่นธูปบ่อยๆ เมื่อคืนผมก็ยังคุยกับเต้ในใจว่าเต้อยู่ไหน มาหาได้นะแต่ไม่มีกลิ่นธูปเลย ผมก็เลยรู้สึกว่าต้องไปเชิญเขามาเพื่อนก็รับรู้ ผมก็ได้กลิ่นของเต้แบบเมื่อวาน แต่ยังไม่ได้กลิ่นธูป

ถามว่าก่อนหน้านี้มีสัญญาณอะไรไหม ไม่มีเลย เขาไม่ได้บอกอะไรใคร และเอาจริงๆ นะ คนแบบเต้ไม่ควรทำแบบนี้ เพราะเขาไม่ได้เป็นคนแบบนี้เลย เขาต้องสุดอะไรบางอย่าง คือไม่มีใครรู้อะไรเลยจริงๆ ผมพยายามถามเพื่อนๆ ใครก็ตามที่รู้จักเต้ หรือแม่ ญาติพี่น้องเขา ไม่มีใครรู้เลยจริงๆ แม่เต้เขาก็พูดเหมือนผมว่าเต้มันไม่ยอมบอกอะไรเลย บอกสักนิดก็จะได้รู้ แล้วเต้ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าแน่นอน เต้ไม่ได้เป็นโรคอะไรทั้งสิ้น เขาเป็นคนที่ปั่นจักรยาน หาอะไรทำ คิดถึงแม่ตลอดเวลา เขารักแฟนเขามากๆ ตอนนี้ยังรู้สึกเหมือนฝัน ตบหน้าตัวเองว่า นี่เราอยู่ในความฝันหรือเปล่า นี่มันใช่เต้จริงๆ เหรอ

ส่วนที่แม่คาใจ ในความเป็นแม่เขาต้องติดใจอยู่แล้ว แต่ภาพรวมทั้งหมดที่ผมได้เห็นและทุกคนเห็นมันก็ไปในทางนั้นได้ แต่ในตอนนี้ที่จักรยานก็ยังไม่เจอ และผมได้คุยกับรองสืบ ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าก้อนอิฐมาจากไหนแล้ว ก็คืออยู่ใต้สะพานพระราม 7 แล้วก็เห็นเต้ที่บันไดใต้สะพานแล้วก็อุ้มจักรยานไปด้วย ตอนนี้ทางตำรวจพยายามจะดูว่าตอนลงเขาได้ลงหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ลงก็คือตรงนั้น ถามว่าคาใจไหม เมื่อวานก็มีนิดนึงว่ามีใครมาทำร้ายเพื่อนผมหรือเปล่า ผมไม่ยอมนะ ผมเอาตาย แต่พอดูภาพรวมแล้ว คุยกับหลายๆ คนแล้วเต้มันใจวะ มันเก่งเกิน มันกล้ามาก ทางรองสืบก็บอกว่า 70-80% ก็คือตามนั้นแหละ แต่ขอเห็นภาพตอนเขาลงสะพานหรือเปล่า ถ้าเขาลงสะพานก็ไม่ใช่ ไม่นานก็จะได้คำตอบ แต่รองสืบเขาก็คิดว่าใช่แบบนั้นแหละ

แต่ในเรื่องธุรกิจของเขา ผมได้คุยกับพาร์ตเนอร์ร้านตัดผมของเขาจากตัวเลขที่เขาเปิดให้ดูก็รายได้ดีอยู่นะ หรือว่าเต้กำลังคิดแผนการใหญ่อะไรหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบจริงๆ รู้อย่างเดียวว่าเต้เป็นคนดี ทำอะไรก็ทำเพื่อแม่ ทำเพื่อแฟน ชีวิตเขามีอยู่แค่นี้ เต้เขาเป็นคนคิดเรื่องธุรกิจ เรื่องการหาเงิน ผมตัดออกเลยว่าเต้ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า ไม่มีวี่แววที่จะทำแบบที่ทำ ผมก็ยังงงอยู่ เมื่อคืนผมนั่งคุยกับเขาทางจิตว่าเต้ทำทำไม เต้ทำอะไรอยู่ แต่เขาไม่มา วันนี้ผมเลยต้องไปอัญเชิญดวงวิญญาณให้เขามาที่วัด เรื่องยืมเงินเป็นเรื่องธรรมชาติ เพื่อนกันก็ต้องยืมกัน ผมไม่รู้จริงๆ ว่ากับคนอื่นยังไง ผมเองก็มีให้เขา ก็เพื่อนกันเนอะ แต่เราก็มีลิมิตในการให้ว่าบ่อยแค่ไหน การที่เพื่อนยืมเงินเพื่อนไม่ผิด เพราะเต้เขาคืนทุกคน ผมกับเต๋า ดราก้อนไฟว์ เราได้คืน เต้ไม่เคยโกงใคร ถามว่าตรงนี้เป็นปมนำพาเต้ไปทำแบบนั้นไหม เต้เป็นคนคิดเยอะ คิดทุกกระเบียดนิ้ว เขาจะทำอะไรรายละเอียดเขาต้องแน่นมาก เหมือนที่เขาทำได้ขนาดนี้ กระเป๋าที่แบกไปเขาคิดมาละเอียดแล้ว แต่ผลสุดท้ายผมเชื่อว่าเดี๋ยวทุกอย่างก็จะมีคำตอบของมันเอง คนที่จะรู้มากที่สุดคือแม่

คืนนี้มีคนมาร่วมงานเยอะ ผมโคตรดีใจเลย ขอบคุณทุกสื่อที่นำเสนอ ผู้ประกาศข่าวทุกช่องที่พูดถึงเต้ดีมากๆ ผมอยากจะบอกทุกคนว่าพี่น้องดราก้อนไฟว์รักเต้หมด พอดีมีคนมาบอกว่ามีบางกลุ่มต่อว่าเต๋า ต้องบอกเลยว่าผมรู้ข่าวเต้เพราะเต๋า แล้วตอนนี้เต๋าเขาพาครอบครัวไปเที่ยวเมืองจีน 2 วันแล้ว เต๋าจะกลับมาวันที่ 10 ก็จะมาหาเต้ คือมีคนไปว่าเขาว่าเป็นเพื่อนอะไรวะ ทำไมไม่มาหาเพื่อน เห็นแต่ผมกับหยวน ดราก้อนไฟว์ ความจริงไม่ใช่เลยนะ เต๋าโทรฯ หาผมตลอดเวลา เขาเป็นห่วงและเขาก็เศร้ามาก ที่ผ่านมา เต้เขาจะพูดกับทุกคนในวงตลอดว่าเขาอยากให้กลับมา คืองานจ้างเท่าไหร่ไม่ว่ากัน แต่อยากเห็นทุกคนมาเต้น มาร้องเพลงด้วยกัน แต่ว่าแต่ละคนก็ไม่มีเวลากันเลย ก็เสียดายเหมือนกัน ตอนนี้ก็เหลือแค่ 4 แล้ว ก็คงจะไม่มีโปรเจกต์นั้น ซึ่งจริงๆ เรามีความตั้งใจจะกลับมาทำเพลงด้วยกันแต่ก็ไม่ได้ทำ ก็รู้สึกเสียดาย”