จากกรณีข่าวเศร้าสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ กับการจากไปอย่างกะทันหันของ “เต้-ธามัน เต้พันธ์” หรือ “เต้ ดราก้อนไฟว์” อดีตนักร้องบอยแบนด์ยุค 90 ที่พบร่างลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 7 หลังปั่นจักรยานออกจากบ้านพัก โดยมีรายงานเบื้องต้นว่าพบก้อนหินบรรจุอยู่ภายในกระเป๋าเป้ที่ผู้ตายสะพายติดตัวไปด้วย ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด “หยวน-นิธิชัย ยศอมรสุนทร” หรือ “หยวน ดราก้อนไฟว์” เพื่อนสนิทร่วมวงและในฐานะอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาถึงวินาทีที่ทราบข่าวร้ายในขณะกำลังถ่ายหนังอยู่ โดยเจ้าตัวกล่าวว่า

“วินาทีที่ทราบข่าวคือวันนี้ผมไปถ่ายหนังของผมอยู่แถวๆ ปทุมธานี ก็นอนไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เมื่อคืนนี้ไม่ได้นอนเลย จริงๆ วันนี้ผมถ่ายหนังผมก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ แต่เมื่อคืนนี้ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตีสองไม่รู้ทำไม แล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอหยิบขึ้นมาดูน้องๆ เขาบอกว่า พี่ๆ เต้หายไปจากบ้าน เราก็เลยทำรีโพสต์ แล้วก็รีบโพสต์หา แล้วน้องๆ ก็เลยบอกว่าพี่นอนเถอะ เพราะพี่ต้องไปถ่ายหนังแต่เช้า คือก็นอนไม่หลับ จนสว่างเลย ก็จะตั้งใจถ่ายหนังทำงานของเราให้เต็มที่ เดี๋ยวหลังจากนั้นเราค่อยมาทำงานกันต่อ เพราะเราเป็นอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งอยู่ เราก็จะให้พี่ๆ ประสานงาน ทางป่อเต็กตึ๊งด้วยให้ช่วยหา เรามีคนอยู่เยอะหลายจุด เผื่อจะเจอ

พอถ่ายหนังออกมาเสร็จปุ๊บ สายแรกที่เราได้รับก็คือสายของผู้จัดการ เพราะโทรศัพท์ผมมันดัง พอผู้จัดการบอกปุ๊บ ผมก็รู้สึกไม่เชื่อว่าเราจะไปจริง มันไม่น่าใช่ (น้ำตาคลอ) เขาแน่ใจแล้วเหรอ เขาเห็นแล้วเหรอว่าเป็นอะไร แต่คือผมอยู่ในกลุ่มของป่อเต็กตึ๊ง เขาก็คุยกันเราก็คุยกับทีมที่เป็นนักประดาน้ำงม เขาถามว่าพี่ไหวไหมล่ะ ตอนแรกผมก็ไม่ไหว ผมก็ตั้งสติ ผมก็เลยบอกให้เขาส่งมาเลย จะได้รู้ว่าใช่หรือเปล่า เพราะผมดูออกว่า ใช่เพื่อนผมไหม คือผมจำได้ว่า เพื่อนผมมีสักเลขแปดอยู่ และรูปพรรณสัณฐาน หุ่น พี่เต้เขาจะสูงพอๆ กับผม แล้วเขาก็ใส่ชุดที่เขาชอบ ชุดปั่นจักรยานของเขา

ก่อนหน้านี้ถามว่ามีการพูดคุยอะไรกับพี่เต้ไหม คือพี่เต้เวลามีอะไรเขาก็จะโทรฯ หาเรา เขาจะไม่ได้โทรฯ ทุกวัน แต่เขาจะโทรฯ อยู่เรื่อยๆ ในช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุ พี่เต้เขาก็โทรฯ หาเพื่อนๆ ทุกคนแล้ว แล้วพี่เต้ก็โพสต์ในกลุ่มเป็นคลิปของวงเรา ดราก้อนไฟว์ที่จัดคอนเสิร์ตไปเมื่อปีสองปีที่แล้ว เป็นตอนที่เราไปออกรายการ เราก็เลยแบบ รู้สึกว่าเขาคงคิดถึงเนอะ แต่เวลาที่เขาโทรฯ มาทุกครั้ง ก็ถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ เวลาเขามีเรื่องอะไร เขาก็จะปรึกษาเรา เราก็จะรับฟัง แล้วก็บอกว่าอยู่ด้วยกันลุยไปด้วยกันนะพี่ มีเรื่องอะไรที่ผมช่วยได้ผมก็จะช่วยเต็มที่ไม่ต้องกลัว ผมถึงเลยรู้สึกว่ามันเป็นไปได้เหรอ เพราะพี่เต้เป็นคนที่รักครอบครัวมาก เขารักแม่มาก เขาเป็นคนที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนอะไรเลย แม้กระทั่งครอบครัวเองเขาก็ดูแลเป็นอย่างดี แม้กระทั่งกับคุณแม่เองกับทางครอบครัวเองผมได้คุยก็ไม่มีสัญญาณอะไรทั้งสิ้น

เวลาเขาโทรฯ มาก็จะเป็นเรื่องราวส่วนตัวนิดนึง เหมือนเราปรึกษากัน ถามว่าเป็นเรื่องเครียดไหม ก็เป็นเรื่องปกติที่เราเคยคุยกันอยู่เรื่อยๆ เราคุยกันปกติ มันไม่มีอะไรแย่ขนาดนั้น เราเป็นกำลังใจให้กันอย่างนี้ตลอด ส่วนเรื่องภาวะซึมเศร้า คือคนเราจะมีไหม ผมรู้สึกว่าพี่เต้อาจจะมีเรื่องเครียด แกเครียดเพราะว่า ตอนนี้พี่เต้ทำธุรกิจของเรื่องร้านตัดผม เขาเปิดมาเขาก็ดูแลเด็กๆ เหมือนคนในครอบครัว สอนไปตัดผมให้ฟรีตามที่ต่างๆ แล้วก็ดูแลแฟนคลับ แล้วนี่ก็เพิ่งผ่านวันเกิดเขาไปเอง เขาก็จัดวันเกิดในวันที่ผมทำงานพอดี น้องๆ ก็ไปรับประทานอาหารกัน ผมก็ไม่ได้อยู่กับพี่เต้ ผมรู้สึกว่าชีวิตเขายังมีดีๆ อีกเยอะ (เสียงสั่น)

แล้วคุณแม่บอกว่าเขากำลังจะบวชด้วย คุณแม่ก็ดีใจมากที่พี่เต้จะบวช แม่พกเอกสารติดตัวเลย เขาทำเรื่องแล้ว มีใบออกมาแล้วว่าจะไปบวช แล้วในมุมของเราเราคุย คือคนที่ในมุมที่มันแย่เขาจะไม่แก้ปัญหา เขาจะหนีปัญหา แต่พี่เต้เป็นคนชนปัญหาตลอด เขามีปัญหาอะไรเขาก็จะชน จะแก้หาทางออก ไม่ใช่หนี แต่นี่คงมีอะไรหลายๆ อย่างด้วย ส่วนที่พบหินที่อยู่ในเป้ที่เขาสะพาย อันนี้ผมคงพูดอะไรไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถพูดได้เลย ผมแค่รู้สึกว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจ ที่เขาต้องพิสูจน์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วผมอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ครอบครัวเอามาบอกครับ ผมเองก็ยังถือว่าใกล้ชิดในมุมที่ยังไม่ใกล้เท่ากับครอบครัว ผมอยากให้ครอบครัวออกมาพูดเรื่องนี้มากกว่าว่าจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันแน่

หลังจากนี้ขั้นตอนต่อไปก็ต้องเป็นทางครอบครัวทำเรื่อง และเอาศพออกมาวันพรุ่งนี้ก็จะไปที่วัดบัวขวัญ และไปทำพิธี อันนี้คุณแม่บอกผมไว้แล้ว ใครที่มีความรักกับพี่เต้ อยากมาก็สามารถมาได้ ส่วนผมเองก็ประสานงานเต็มที่ เพราะเราอยู่กับพี่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ก็ให้ทางมูลนิธิดูแลทุกอย่าง ไม่ว่าจะการขนส่งอะไรก็แล้วแต่ ก็ดูแลแบบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น ดูแลให้หมดเลย ส่วนผมเองก็จะซัพพอร์ตในส่วนอื่นครับ ส่วนกำหนดการต่างๆ ที่ได้คุยกับคุณแม่คร่าวๆ ก็น่าจะไว้ประมาณห้าวัน โดยพรุ่งนี้เป็นวันแรก พอไปถึงที่วัดปุ๊บก็ทำพิธีพรุ่งนี้วันแรกเลยครับ

สุดท้ายถ้าผมจะพูดกับพี่เต้ (ร้องไห้) มันอาจจะเร็วไปสำหรับผม ผมรู้สึกว่าเรายังดูแลกันได้ไม่เต็มที่เลย แล้วพี่เต้ก็โตกว่าผมแค่ปีเดียว ผมรู้สึกว่าเราต้องอยู่กันอีกนาน มันมีเรื่องให้เราทำอีกตั้งเยอะ ที่เราคุยกันไว้ คือผมรู้สึกว่า มันทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง ถ้าเรามีอะไรที่อยากทำ ผมว่าทำเลยอย่ารอ เพราะผมว่าพี่เต้เป็นคนหนึ่งที่บอกผมชัดเจนว่า รักบอกรัก คิดถึงบอกคิดถึง ถ้าผิดก็ขอโทษ อย่าลีลากับคนในครอบครัวหรือคนที่เรารัก เพราะบางทีมันเร็วมาก จนเรารับไม่ทันเลย ความรักของผมคงเป็นการดูแลครอบครัวพี่เต้ต่อ ก็จะช่วยดูแลคุณแม่ เพราะครอบครัวแตกสลายมากครับ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก superyuan