สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดีทรอยต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ว่า สำนักงานสาธารณสุขรัฐมิขิแกนออกแถลงการณ์ ว่าอนุญาตให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อผักกาดหอมได้อีกครั้ง แม้ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไซโคลสปอสเรียซิส ซึ่งมีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย จากอาการท้องเสียอย่างรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่มองว่า สถานการณ์แพร่ระบาดเริ่มชะลอแล้ว


ทั้งนี้ คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) อยู่ระหว่างสอบสวนการระบาด ซึ่งขณะนี้แพร่กระจายไปแล้วในอย่างน้อย 15 รัฐ และส่งผลกระทบต่อรัฐมิชิแกนมากที่สุด เบื้องต้นพบว่า เชื่อมโยงกับผักกาดแก้วไอซ์เบิร์กที่จัดหาจากฟาร์มของบริษัทเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ในพื้นที่ตอนกลางของเม็กซิโก


การแพร่ระบาดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ที่มีต่อผักและผลไม้สดโดยรวม ไม่เฉพาะสินค้าที่ถูกเรียกคืน และกระทบยอดขายของร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง


ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดนีลเส็นไอคิว ระบุว่า ยอดขายผักกาดหอมสดในสหรัฐ ณ สัปดาห์สิ้นสุด เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ลดลง 9% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ด้านข้อมูลจากบริษัทวิจัยเพลเซอร์เอไอ ระบุว่า จำนวนผู้เข้าร้านทาโก เบลล์ ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือยัม! แบรนด์ส ลดลงมากกว่า 11% เมื่อวันที่ 1 ส.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนร้านอาหารสลัดสวีตกรีนคาดการณ์ว่า ยอดขายสาขาเดิมตลอดปีจะลดลง 7-8% โดยมีการระบาดครั้งนี้เป็นหนึ่งในปัจจัย


อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับอาหารที่ปลูกในท้องถิ่นมากขึ้น โดยสมาคมตลาดเกษตรกรสหรัฐระบุว่า ผู้จัดการตลาดหลายแห่งรายงานยอดขายเพิ่มขึ้น 15-30% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโรคจากอาหาร.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES