เมื่อวันที่ 9 ส.ค.69 นายปุรวิชญ์ วัฒนสุข นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวบนเวทีเสวนา “เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โดยระบุว่า ปัญหาการฮั้วและการล็อกโหวตในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ถูกคาดหมายและเตือนไว้แล้วตั้งแต่กระบวนการจัดทำกฎหมาย เมื่อตรวจสอบรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 68/2560 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 (หน้า 57-87) ซึ่งมีการอภิปรายถึงที่มาของระบบการเลือกกันเองของ สว. พบว่ามีอดีต สนช. อย่างน้อย 2 ท่าน ได้ตั้งคำถามและชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ของระบบการเลือกจากระดับอำเภอมาสู่ระดับจังหวัด
จากการคำนวณในรายงานระบุว่า หากผ่านเข้ารอบจังหวัดใน 77 จังหวัด จะมีผู้สมัครรวม 3,080 คน และเมื่อแบ่งเป็น 5 สาย จะเหลือผู้สมัครเพียง 754 คน ซึ่งหมายความว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถติดต่อและควบคุมคนกลุ่มนี้ได้ ก็จะสามารถได้ตัว สว. ทันที ยิ่งไปกว่านั้น หากเป้าหมายคือการได้ สว. จำนวน 200 คน ก็เพียงแค่ส่งตัวแทนเข้าไปควบคุมพื้นที่ใน 39 จังหวัด ก็ถือว่าชนะและควบคุมเสียงส่วนใหญ่ได้แล้ว โดยในเอกสารการประชุมของ สนช. ในขณะนั้น ถึงขั้นระบุคำพูดว่า “กระบวนการแบบนี้ 5,000 ล้านบาทยึดประเทศได้”
นอกจากนี้ อดีต สนช. ยังได้ยกตัวอย่างการเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในอดีต ซึ่งใช้ระบบทาบเคียงกัน และพบพฤติกรรมบล็อกโหวตชัดเจน โดยผู้สมัครที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะมาเลือกใคร แต่เข้ามาเพื่อรับจ้างเลือกบุคคลตามเป้าหมายที่มี “โค้ช” คอยวางแผนให้ทั้งหมด มีการลงทุนเกณฑ์คนลงสมัครทุกกลุ่ม กลุ่มละ 100 คน โดยจ่ายค่าสมัครคนละ 2,500 บาท เพื่อเทคะแนนให้กลุ่มเป้าหมายเท่านั้น
นายปุรวิชญ์ กล่าวด้วยว่า กระบวนการที่เรียกว่า “พลีชีพ” ในปัจจุบัน ในอดีตเมื่อ 9 ปีที่แล้ว สนช. เคยใช้คำว่า “กามิกาเซ่” ซึ่งสะท้อนว่าแม่พิมพ์ของระบบนี้เอื้อให้เกิดการฮั้วและการโกงมาตั้งแต่ต้น และสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือโครงเรื่องจริงที่เคยถูกทำนายไว้แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม



