สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่า ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า การส่งออกของเยอรมนีไปยังจีนลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหลือเพียงไม่ถึง 37,000 ล้านยูโร (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. เนื่องจากบริษัทจีนหลายแห่งลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากยุโรป ทำให้จีนเป็นตลาดสินค้าเยอรมนีขนาดใหญ่อันดับเก้าเท่านั้น

เมื่อปี 2564 จีนเคยเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่อันดับสอง โดยในปีนั้น เยอรมนีขายสินค้าให้จีนเป็นมูลค่า 104,000 ล้านยูโร (ราว 3.96 ล้านล้านบาท) แม้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม

แต่ในปัจจุบัน ภาคส่วนการผลิตของเยอรมนีเผชิญกับภาษีของสหรัฐ และการแข่งขันจากจีน ส่งผลให้มีการลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เช่น บริษัท โฟล์คสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์ และในทางตรงกันข้าม จีนกลับขายสินค้าให้เยอรมนีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว เยอรมนีขาดดุลการค้ากับจีนถึง 40,000 ล้านยูโร (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 55,000 ล้านยูโร (ราว 2.1 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้

ด้านนางคอรินน์ อาเบล ผู้สันทัดกรณีด้านเอเชียตะวันออกของจีทีเอไอ กล่าวว่า สาเหตุที่การส่งออกของเยอรมนีไปยังจีนลดลง คือ เศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอ และการที่จีนให้ความสำคัญกับห่วงโซ่คุณค่าภายในประเทศมากขึ้น โดยในตอนนี้ บริษัทเยอรมันผลิตสินค้าภายในจีนมากขึ้น ขณะที่วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ของจีนและรัฐบาลระดับภูมิภาคที่ขาดแคลนเงินสด กำลังจำกัดการลงทุน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS