เมื่อวันที่ 10 ส.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ของสภาผู้แทนราษฎร ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดทำแผนแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ขณะนี้ตนได้รับทราบถึงการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้ว และได้สั่งการให้สพฐ.ไปจัดทำแผนและข้อมูลโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะอัตราการเกิดลดลง ส่งผลให้จำนวนนักเรียนเข้าสู่ระบบการศึกษาลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ยังมีโรงเรียนขนาดเล็กกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดทิศทางการบริหารจัดการในอนาคตให้เหมาะสม โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหารือในระดับกระทรวง เพื่อกำหนดแนวนโยบายเรื่องนี้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนมองว่าแนวทางสำคัญคือการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้เป็นโรงเรียนที่ผู้ปกครองและนักเรียนอยากเข้าเรียน ควบคู่กับการจัดระบบคมนาคมหรือระบบรับส่งนักเรียนให้เดินทางจากชุมชนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และต้องไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง หากสามารถสร้างโรงเรียนคุณภาพได้ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ส่วนประเด็นที่กมธ.งบประมาณฯอยากให้สพฐ.กำหนดตัวชี้วัด หรือKPI ที่ชัดเจนไปยังเขตพื้นที่ถึงการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น ตนเห็นด้วยว่าควรจะมีการกำหนดตัวชี้วัดในแต่ละปีว่า เขตพื้นที่จะสามารถลดจำนวนโรงเรียนที่มีปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนบางแห่งมีนักเรียนไม่ถึง 10 คน

ต่อข้อถามว่า การที่ไม่อยากแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กด้วยการยุบหรือควบรวมนั้นอาจมาจากที่โรงเรียนยังได้รับเงินอุดหนุนรายหัวอยู่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้คิดเช่นนั้น และอยากให้มองว่าการปฏิรูปครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพผู้เรียน จะทำให้เด็กได้เรียนโรงเรียนมีคุณภาพใกล้บ้าน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือคุณภาพของผู้เรียนไม่ใช่ตัวเลขค่าใช้จ่าย