“ช้างศึก” ทีมชาติไทย กลับมาซ้อมอีกครั้ง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ส.ค. 69 ที่สนามซ้อมบีจี ปทุม เตรียมแข่งขันพบ สิงคโปร์ ในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียยน “อาเซียน ฮุนไดคัพ 2026”
คู่นี้จะเตะเกมแรกที่ จาลันเบซาร์ สเตเดียม วันเสาร์ที่ 15 ส.ค. 69 เวลาไทย 20.00 น. ก่อนกลับมาเตะที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18 ส.ค. 69 เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทรูวิชั่นส์ นาว ส่วนบัตรลดราคาลงมาจากรอบแรก 100 บาท ทุกโซน เหลือ 200-500 บาท ซื้อที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ตั้งแต่ 11 ส.ค. 69
สำหรับทีมชาติไทย หลังเตะส่งท้ายรอบแรก เปิดราชมังคลากีฬาสถาน ชนะ เมียนมา 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ยิง 10 ลูก ไม่เสียประตูเลย แอนโธนี ฮัดสัน โค้ชช้างศึก ให้นักเตะพัก 1 วัน ก่อนมาซ้อมกันอีกครั้ง โดยมี พาตริก กุสตาฟส์สัน กองหน้าจากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเข้าแคมป์ก่อนเกมกับ เมียนมา มาร่วมซ้อม เร่งสภาพร่างกาย และปรับจูนกับทีม
ก่อนการซ้อม “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง ที่ยิงจุดโทษได้ 1 ลูก ในเกมกับ เมียนมา กล่าวยอมรับว่า สำหรับรูปเกม ก็ต้องปรับไปเรื่อยๆ การเจอ สิงคโปร์ หนนี้ ย่อมแตกต่างจากที่เจอมาแน่นอน ทีมไทย ต้องไปเยือนก่อนด้วย และนักเตะสิงคโปร์ที่มาเล่นในไทยเยอะ ทั้งที่เล่นตอนนี้ และเคยมา จึงรู้จักทีมไทยอย่างดี ช่วงหลังพูดตรงๆ ว่า ก็ชนะ สิงคโปร์ ยากขึ้นแล้ว ส่วนเป้าหมาย ย่อมต้องอยากเข้าชิงชนะเลิศ แต่ต้องมองนัดต่อนัด เกมไปเยือน จาลันเบซาร์ อยากจะชนะก่อน เพื่อที่กลับมาเล่นในบ้านจะง่ายขึ้น

ด้าน “เจ้าไอซ์” กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล โกลที่ยังไม่เสียประตูในรายการนี้ และเป็นคนเดียวของทีม ที่ลงครบทุกนาที ตลอด 4 นัด กล่าวว่า รอบแรกเป็นไปตามเป้าหมาย ที่จบอันดับ 1 และพยายามไม่เสียประตู การเจอกับ สิงคโปร์ ผลแข่งแมตช์แรกสำคัญ สามารถตัดสินได้ ต้องเก็บผลที่ดีที่สุด แล้วต้องดูด้วยว่า วิธีการที่เตรียมไป ตอบโจทย์หรือไม่ สิงคโปร์พัฒนาขึ้นมา ล่าสุดก็เข้ารอบสุดท้ายเอเชียนคัพ จึงประมาทไม่ได้ หวังจะสู้ได้ดี ตนเองนั้นพยายามคุมรุ่นน้อง ซึ่งแต่ละเกมที่ผ่านมา เหมือนไม่ยาก แต่ก็ยาก ขณะเดียวกัน ต้องขอบคุณทีมงาน ที่ฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งสำคัญมากกับบอลทัวร์นาเมนต์แบบนี้ ทีมไทยก็มีประสบการณ์หลายครั้งแล้ว รวมทั้งเรื่องการเดินทาง ไฟลต์บินด้วย ที่พยายามอำนวยความสะดวก

ทั้งนี้ ผลงาน สิงคโปร์ รอบแรกชนะ 2 เกม บุกชนะ กัมพูชา 2-1, เปิดบ้านชนะ ติมอร์เลสเต 2-0 และเสมอ 2 นัด บุกเจ๊า เวียดนาม 0-0 และเล่นในบ้านเสมอ อินโดนีเซีย 1-1
ส่วนไทย บุกชนะลาว 5-0, เปิดบ้านชนะ มาเลเซีย 2-0, ออกไปเฉือน ฟิลิปปินส์ 1-0 ก่อนกลับมาชนะ เมียนมา 2-0.



