สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ ( เอฟดีเอ ) เดินหน้าเพิ่มการกำกับดูแลสารเติมแต่งอาหาร ภายใต้นโยบาย “ทำให้อเมริกากลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง” ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์


เอฟดีเอเสนอร่างกฎใหม่ กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารต้องแจ้งหน่วยงาน เมื่อพิจารณาว่าสารเติมแต่งหรือส่วนประกอบอาหารใด “เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย” หรือ “กราส” ( Generally Recognized as Safe – GRAS ) การแจ้งข้อมูลดังกล่าวจะกลายเป็นข้อบังคับ และเอฟดีเอขยายฐานข้อมูลสาธารณะ เกี่ยวกับการแจ้งส่วนประกอบอาหารเหล่านี้


นับตั้งแต่ปี 2501 บริษัทอาหารสามารถประเมินและรับรองความปลอดภัยของส่วนประกอบอาหารได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ โดยส่วนประกอบที่เข้าข่าย “เป็นที่ยอมรับว่าปลอดภัย” ซึ่งพบได้ทั่วไป รวมถึง น้ำมันคาโนลา พริกไทยดำ และน้ำส้มสายชู


แม้เอฟดีเอสนับสนุนให้บริษัทแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบดังกล่าวใหม่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องแจ้ง สำหรับร่างกฎหมายใหม่ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ หรือการทำประชาพิจารณ์ เป็นเวลา 120 วัน


นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดด้วยซ้ำว่า มีสารเคมีจำนวนเท่าใดอยู่ในอาหารที่ชาวอเมริกันรับประทานในแต่ละวัน


นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรสหรัฐ ร่วมกันเสนอคำจำกัดความของ “อาหารแปรรูปขั้นสูง” เพื่อเข้าสู่การพิจารณาขั้นสุดท้าย และเตรียมเผยแพร่แนวทางลดความเสี่ยงจากอันตรายทางชีวภาพสำหรับผู้แปรรูปผัก และผลไม้สดตัดแต่ง


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นขณะที่สหรัฐกำลังเผชิญกับการระบาดของเชื้อซัลโมเนลลาและโรคไซโคลสปอเรียซิส ซึ่งเชื่อมโยงกับผักกาดหอมและพริกฮาลาปิโญ ทำให้ประชาชนหลายพันคนล้มป่วย และเสียชีวิตแล้ว 2 ราย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES