นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) เปิดเผยว่า รายงานผลการดำเนินงาน ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 6,384.4 ล้านบาท ลดลง 32.1% (Y-Y) และกำไรสุทธิ 2,167.5 ล้านบาท ลดลง 29.1% (Y-Y) โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 6,454.3 ล้านบาท ลดลง 30.8% (Y-Y) และกำไรปกติ 2,084.5 ล้านบาท ลดลง 33.8% (Y-Y) ขณะที่งวดไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 3,142.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 659.2 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,160.3 ล้านบาท ลดลง 20.4% และกำไรปกติ 639.6 ล้านบาท ลดลง 40.9% (Y-Y) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนใน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย

ธุรกิจโลจิสติกส์ : เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้และส่วนแบ่งกำไรในช่วงครึ่งแรกปี 2569 เติบโต 19.2 (Y-Y) และมีการลงนามสัญญาใหม่ทั้งในส่วนของโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 52,989 ตร.ม. พร้อมทั้งมีสัญญาเช่าระยะสั้นผลตอบแทนสูงอีก 72,995 ตร.ม. ส่งผลให้ปัจจุบันมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 3,239,607 ตร.ม.

ในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทลงนามสัญญาเช่าพื้นที่สำหรับเก็บสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) กว่า 4,700 ตร.ม. และได้รับการคัดเลือก (Award) จากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำเป็นพื้นที่ 38,158 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่ายอดสัญญารวมกว่า 828 ล้านบาท พร้อมอยู่ระหว่างเจรจาโครงการใหญ่อีกหลายราย คาดปิดดีลได้ภายในครึ่งหลังปี 2569

ส่วนโครงการ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม. 23 (ขาเข้า) และWHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 มีผู้เช่าเกือบเต็ม 100% บริษัทจึงเร่งขยายเฟสใหม่บนทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม. 4 โครงการ 2 (เฟส 1) พื้นที่ 60,000 ตร.ม. คาดว่าเสร็จภายในปีนี้, โครงการ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 (เฟส 3) พื้นที่ 34,000 ตร.ม. คาดพร้อมบริการต้นปี 2570 และเตรียมเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการใหม่ล่าสุด WHA Manufacturing Park 331 เร็วๆ นี้ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์แห่งแรกที่ประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง ประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเช่าเต็ม 100% ส่งผลให้บริษัทเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการถัดไปในจังหวัดทัญฮว้า พื้นที่กว่า 37,000 ตร.ม. รองรับดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะขายทรัพย์สินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR ล่าสุดผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ WHART ได้อนุมัติการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมพื้นที่ 99,390 ตร.ม. มูลค่า 2,508 ล้านบาท และผู้ถือหน่วยของกองทรัสต์ WHAIR ได้อนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม พื้นที่ 45,329 ตร.ม. มูลค่าประมาณ 1,235 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในช่วงครึ่งหลังปี 2569