สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า โมเดลเอไอตัวใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า “มิวส์ กลิมเมอร์” (Muse Glimmer) มีขนาดเล็กกว่าโมเดลเอไอชั้นนำจากคู่แข่ง แต่มันถูกออกแบบมาให้ทำงานแบบอัตโนมัติบนแมค (Mac) และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ที่มีการ์ดจอเพียงตัวเดียว โดยมุ่งเป้าไปยังความต้องการระบบเอไอที่ทำงานโดยตรงบนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน
“เราจะมีโมเดลขนาดใหญ่กว่าออกมาในเร็ว ๆ นี้ และแนวคิดที่ว่าเอไอเป็นอันตรายมาก จนหนทางที่ปลอดภัยเพียงอย่างเดียวคือ การรวมอำนาจอย่างสุดขีดนั้น ดูเหมือนจะเป็นปัญหาโดยพื้นฐาน” ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวในคลิปวิดีโอที่โพสต์พร้อมกับบทความ 14 หน้าของเขา ซึ่งสนับสนุนการกระจายเอไอ แทนที่จะปล่อยให้มันอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คน
Meta launches new AI model as Zuckerberg champions open-weight push https://t.co/ARA8hm3Mbh
— BNN Bloomberg (@BNNBloomberg) August 10, 2026
แถลงการณ์ของซักเคอร์เบิร์ก ถือเป็นการแสดงออกครั้งล่าสุดถึงการสนับสนุนเอไอแบบโอเพนเวต ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากธุรกิจต่าง ๆ เริ่มกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านเอไอที่สูงขึ้น และเหตุการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโมเดลเอไอจากแอนโทรปิก โอเพนเอไอ และเมตา
โดยทั่วไปแล้ว โมเดลเอไอแบบโอเพนเวต มีราคาถูกกว่าโมเดลชั้นนำจากบริษัทต่าง ๆ เช่น โอเพนเอไอ และแอนโทรปิก อีกทั้งยังมาพร้อมกับส่วนประกอบหลักที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ ทำให้การปรับแต่งเป็นเรื่องง่าย แตกต่างจากโมเดลเอไอแบบปิดที่บริษัทต่าง ๆ ควบคุมไว้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ซักเคอร์เบิร์กยังกล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องทบทวนนโยบาย หากต้องการให้บริษัทภายในประเทศเป็นผู้นำในด้านโมเดลเอไอแบบโอเพนเวต รวมถึงการใช้ข้อมูลและการกลั่นความรู้เอไอ ซึ่งเป็นวิธีการใช้ผลลัพธ์จากระบบเอไอที่ทรงพลัง เพื่อฝึกโมเดลเอไอขนาดเล็กกว่า ที่สามารถจัดการงานเดียวกันได้ด้วยพลังการประมวลผลที่น้อยกว่ามาก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



