สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า การเพิกถอนวีซ่าดังกล่าวมีเป้าหมายไปที่ชาวต่างชาติที่ละเมิดเงื่อนไขของวีซ่า ก่ออาชญากรรม เรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงต่อพลเมืองสหรัฐ ฉ้อโกงชาวอเมริกัน ใช้ระบบการเข้าเมืองในทางที่ผิด หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

กระทรวงระบุว่า วีซ่าส่วนใหญ่ถูกเพิกถอนหลังการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย การทำร้ายร่างกาย การขับรถขณะมึนเมา การลักทรัพย์ และอาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นสาเหตุหลัก

กรณีเฉพาะที่กระทรวงหยิบยก ได้แก่ บุคคลที่ถูกตั้งข้อหาข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ บุคคลที่ถูกตั้งข้อหาลักพาตัวและค้ามนุษย์ และบุคคลที่เผชิญข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กมากกว่า 10 ข้อหา

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในแอฟริกาเหนือได้เพิกถอนวีซ่ามากกว่า 100 ฉบับ จากพ่อแม่ที่เดินทางมาสหรัฐเพื่อคลอดบุตรโดยเฉพาะ และหวังใช้ประโยชน์จากสัญชาติอเมริกัน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังกล่าวอีกว่า ได้เพิกถอนวีซ่าของชาวต่างชาติหลายคนที่เฉลิมฉลองการลอบสังหารนายชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยม รวมถึงคนหนึ่งที่กล่าวว่า เขาเสียชีวิตช้าเกินไป

ก่อนหน้านี้ในเดือน ม.ค. 2569 กระทรวงได้รายงานการเพิกถอนวีซ่าไปแล้วกว่า 100,000 ฉบับ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในขณะนั้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS