สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า การเพิกถอนวีซ่าดังกล่าวมีเป้าหมายไปที่ชาวต่างชาติที่ละเมิดเงื่อนไขของวีซ่า ก่ออาชญากรรม เรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงต่อพลเมืองสหรัฐ ฉ้อโกงชาวอเมริกัน ใช้ระบบการเข้าเมืองในทางที่ผิด หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
กระทรวงระบุว่า วีซ่าส่วนใหญ่ถูกเพิกถอนหลังการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย การทำร้ายร่างกาย การขับรถขณะมึนเมา การลักทรัพย์ และอาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นสาเหตุหลัก
กรณีเฉพาะที่กระทรวงหยิบยก ได้แก่ บุคคลที่ถูกตั้งข้อหาข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ บุคคลที่ถูกตั้งข้อหาลักพาตัวและค้ามนุษย์ และบุคคลที่เผชิญข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กมากกว่า 10 ข้อหา
WASHINGTON POST: "The department announced in January that it had revoked 100,000 visas, and the pace appears to have increased from an average of 8,000 revocations per month to 10,000 based on the new figures." https://t.co/z5NaXAsYZa
— Department of State (@StateDept) August 10, 2026
ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในแอฟริกาเหนือได้เพิกถอนวีซ่ามากกว่า 100 ฉบับ จากพ่อแม่ที่เดินทางมาสหรัฐเพื่อคลอดบุตรโดยเฉพาะ และหวังใช้ประโยชน์จากสัญชาติอเมริกัน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังกล่าวอีกว่า ได้เพิกถอนวีซ่าของชาวต่างชาติหลายคนที่เฉลิมฉลองการลอบสังหารนายชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยม รวมถึงคนหนึ่งที่กล่าวว่า เขาเสียชีวิตช้าเกินไป
ก่อนหน้านี้ในเดือน ม.ค. 2569 กระทรวงได้รายงานการเพิกถอนวีซ่าไปแล้วกว่า 100,000 ฉบับ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในขณะนั้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



