เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการปฏิรูปกำลังพลภาครัฐ ว่า เรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์การเงินการคลังในปัจจุบันที่เห็นตัวเลขชัดเจนกว่าร้อยละ 73 ของงบประมาณแผ่นดินถูกใช้ไปในงบรายจ่ายประจำเป็นส่วนใหญ่ ทำให้งบการลงทุนต่างๆ มีน้อย รัฐบาลเล็งเห็นปัญหานี้และพยายามแก้ไข จึงเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอเรื่องการบริหารจัดการกำลังพลภาครัฐ คือ เรื่องอัตรากำลังที่มีอยู่คืออัตรากำลังสูงสุดที่จะมีอยู่ได้ของส่วนราชการของรัฐ รวมถึงปรับใช้ในหน่วยงานอื่นด้วย และยุบเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งประเภทวิชาการ ประเภททั่วไป โดยจะไม่กระทบกับตำแหน่งที่วางไว้แล้ว 

นอกจากนั้นจะยุบเลิกในตำแหน่งสายงานที่ไม่จำเป็น และปรับบทบาทโครงสร้างและภารกิจของแต่ละหน่วยงานใหม่ ให้ทันสมัยและกะทัดรัดมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพโดยนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เพื่อให้บริการสาธารณะกับประชาชน ตามที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอ 

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า จะยกเลิกส่วนราชการส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ที่เป็นภาระทางงบประมาณจำนวนมาก โดยเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการลดจำนวนหน่วยงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จึงเสนอให้ยุติการจัดตั้งสำนักงานส่วนกลางในภูมิภาคทั้งหมดนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ส่วนที่มีอยู่ให้ทบทวนและยกเลิก โดยค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้กระทบกับการบริการประชาชน จากจำนวน 3 หมื่นหน่วย จะทยอยลดลงไปเรื่อยๆ โดยจะเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ภายในเวลา 1-2 ปี และจะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการประชาชน  

“หลักการสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐ ในปัจจุบันรัฐไม่ได้เป็นผู้คอนโทรล หรือผู้ปฏิบัติการ แต่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการให้บริการต่างๆ อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด ถ้าไม่ทำตอนนี้ในอนาคตลูกหลานจะเดือดร้อน และต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้ต้องแก้ไข” นายปกรณ์ กล่าว