เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายชวลิต พุฒพิสุทธิ์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำพิธีส่งมอบของกลางประเภทเนื้อสัตว์แช่แข็ง จำนวน 13 รายการ น้ำหนักรวมประมาณ 5,200 กิโลกรัม ให้แก่ด่านกักกันสัตว์เชียงราย เพื่อนำไปดำเนินการทำลายตามขั้นตอนของกรมปศุสัตว์

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 ส.ค. เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสน ร่วมกับด่านอาหารและยา (อย.) และด่านตรวจพืชเชียงแสน ได้เข้าทำการตรวจคัดกรองสินค้านำเข้าจากประเทศจีน ขณะผ่านพิธีการศุลกากร พบว่าสินค้าจริงไม่ตรงกับรายการที่แจ้งไว้ โดยในใบขนส่งสินค้าสำแดงว่าเป็น “ผักสด” แต่เมื่อเปิดตรวจค้นกลับพบเนื้อสัตว์แช่แข็งเป็น หมู ไก่ เป็ด และเครื่องในแช่แข็ง น้ำหนักรวมประมาณ 5,200 กิโลกรัม และของสดรายการอื่น ๆ น้ำหนักรวมประมาณ 5,614 กิโลกรัม มูลค่ารวมของกลางประมาณ 507,608 บาท

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243 ฐานหลีกเลี่ยงอากร และมาตรา 244 ฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามของกฎหมายที่ควบคุมสินค้านั้น ๆ โดยไม่มีใบอนุญาตนำเข้าอย่างถูกต้อง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผิด พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558, พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ. 2507 และ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558

เบื้องต้น ศุลกากรเชียงแสนได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทผู้นำเข้า ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน แล้ว พร้อมส่งมอบเนื้อสัตว์แช่แข็งทั้งหมดให้กรมปศุสัตว์นำไปทำลาย ส่วนของสดรายการอื่น ๆ อยู่ระหว่างขอความเห็นเพื่อจำหน่ายและทำลายตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นายชวลิต พุฒพิสุทธิ์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน เปิดเผยว่า เคสการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์แช่แข็งด้วยวิธีการซุกซ่อนและสำแดงตู้สินค้าเป็นผักสดเช่นนี้ ถือเป็นครั้งแรกในพื้นที่ จากเดิมที่เคยพบเพียงการแจ้งชนิดของผักไม่ตรงตามรายการเท่านั้น

หลังจากนี้ ด่านศุลกากรเชียงแสนได้สั่งยกระดับมาตรการคัดกรองสินค้าให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้ส่งรถบรรทุกสินค้าไปผ่านระบบเอกซเรย์ ณ ด่านแม่สาย หากพบสิ่งผิดปกติหรือสุ่มเสี่ยงจะดึงรถกลับมาตรวจค้นอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากรเชียงแสนทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบกระทำความผิดซ้ำอีก