สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่าศาลในกรุงดามัสกัสมีคำพิพากษาลับหลัง ให้ประหารชีวิตนายบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตประธานาธิบดี ในข้อหาก่ออาชญากรรมหลายประการ รวมถึงการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและโดยเจตนา ต่อบุคคลมากกว่าหนึ่งคน การทรมาน การควบคุมตัวโดยพลการ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ตลอดช่วงสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อนานเกือบ 14 ปี
คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อัสซาดถูกตัดสินว่ามีความผิด นับตั้งแต่ถูกฝ่ายกบฏโค่นอำนาจจากปฏิบัติการรุกคืบครั้งใหญ่ เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ซึ่งยุติการปกครองซีเรียอย่างเข้มงวดของตระกูลอัสซาดที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ และสงครามที่คร่าชีวิตชาวซีเรียหลายแสนราย
ขณะที่อัสซาดหลบหนีออกจากกรุงดามัสกัส ในช่วงที่นักรบฝ่ายกบฏนำโดยนายอาเหม็ด อัล-ชารา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน รุกเข้าใกล้เมืองหลวง และปัจจุบันพำนักอยู่ในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย
Syria sentences absent Bashar al-Assad to death over killings, torture https://t.co/pg2OMg7IAz https://t.co/pg2OMg7IAz pic.twitter.com/bJQitBvVqK
— Reuters (@Reuters) August 11, 2026
นอกจากนี้ นายอาเตฟ นาจิบ อดีตเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงภายใต้รัฐบาลอัสซาด ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตเช่นกัน
อัสซาดเกิดเมื่อปี 2508 และขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีซีเรียเมื่อปี 2543 หลังนายฮาเฟซ อัล-อัสซาด ผู้เป็นบิดาถึงแก่อสัญกรรม ตลอดช่วงการปกครองของอัสซาด ซีเรียยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน และมีจุดยืนเป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอลและสหรัฐ
ขณะที่สงครามกลางเมืองซึ่งปะทุขึ้นจากเหตุการณ์อาหรับสปริงเมื่อปี 2554 หลังประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ก่อนถูกปราบปรามด้วยความรุนแรง และกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองของซีเรีย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



