เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิง น.ส.กรวิกา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เสียชีวิตบริเวณหน้าอู่ช่างแป๊ะ ต.ทองหลาง อ.บ้านนา จ.นครนายก หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผบก.ภ.จว.นครนายก ได้สั่งการด่วนให้ชุดสืบสวน สภ.บ้านนา สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก เร่งแกะรอยและปูพรมไล่ล่าตัวคนร้ายอย่างกระชั้นชิด จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายอานนท์ หรือ นนท์ ไว้ได้ทันทีภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

​จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอานนท์ ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ โดยระหว่างทำแผน ผู้ต้องหาได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เขาด่าผม เขาพยายามท้าทายผม เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ อยากขอโทษผู้เสียชีวิต” ​ส่วนสาเหตุในชั้นสอบสวน นายอานนท์ ให้การอ้างว่าไม่พอใจที่ผู้ตายชอบไปพูดกับคนอื่นว่าตนยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ชอบเมายาหลอน ทำให้ตนได้รับความเสียหาย จึงเกิดความแค้นและบุกมาก่อเหตุ

​อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยข้อสงสัยและปมความขัดแย้งที่แท้จริงว่า นายนนท์ น่าจะไม่พอใจและระแวงในเรื่องที่พี่ชายตัวเอง หรืออดีตสามีเก่าของผู้ตาย ที่เลิกรากันไปหลายปี ตั้งแต่ลูกอายุได้ 1 ขวบ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในคดียาเสพติดเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนายนนท์ เข้าใจผิดคิดว่าผู้ตายเป็นคนแจ้งเบาะแสให้ตำรวจมาจับกุม ซึ่งที่ผ่านมาผู้ตายได้ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่นายนนท์ ไม่ยอมเชื่อและมักจะมีปากเสียงทะเลาะกันมาอยู่เรื่อยๆ

​สอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากตรวจสอบจากภาพและเสียงในกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ พบว่ามีการโต้เถียงกันในประเด็นเรื่องการแจ้งตำรวจจับกุม แม้เสียงในคลิปจะได้ยินไม่ชัดเจนทั้งหมดก็ตาม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายปมสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

​ด้าน ช่างแปะ เจ้าของบ้านและเป็นประจักษ์พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยนาทีระทึกว่า ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอยู่หน้าบ้าน จึงออกมาดูและพยายามห้ามปราม พร้อมไล่ให้แยกย้ายอยู่หลายรอบ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟัง ตนจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์จะโทรฯ แจ้งตำรวจ แต่จังหวะนั้นก็เกิดเหตุยิงกันขึ้นเสียก่อน จึงรีบวิ่งออกไปดูผู้เสียชีวิตและเด็กที่เป็นลูกสาววัย 3 ขวบ ซึ่งระหว่างนั้นเด็กร้องไห้งอแงด้วยความตกใจอย่างหนัก ซึ่งไม่สมควรก่อเหตุรุนแรงต่อหน้าเด็กเช่นนี้เลย

​ขณะที่ นางสุรีรัตน์ อายุ 36 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ขณะเกิดเหตุ น้องสาวกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับลูกสาว วัย 3 ขวบเศษ จู่ๆ นายอานนท์ ได้บุกเข้ามาใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับให้ผู้ตายขึ้นรถ แต่ผู้ตายขัดขืนและตะโกนขอความช่วยเหลือ กระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้นตามภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมฝากตัดพ้อว่า มีอะไรทำไมไม่คุยกันดีๆ มาทำแบบนี้สงสารเด็กบ้างไหม

​เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก เนื่องจากบุตรสาวผู้เสียชีวิตวัยเพียง 3 ขวบเศษ อยู่ในเหตุการณ์และจำเรื่องราวทั้งหมดได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายแม่ โดยยังคงพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า “จะไปโรงเรียน ต้องไปไหว้แม่ แม่เตรียมชุดไว้ให้แล้ว” กลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไร้ซึ่งแม่ให้กราบไหว้ในเทศกาลวันแม่แห่งชาติ โดยหลังจากนี้ทางครอบครัวจะต้องช่วยกันโอบกอดและดูแลสภาพจิตใจของเด็กน้อยอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้​ทางครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตได้กล่าวขอบคุณ พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผบก.ภ.จว.นครนายก และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว เด็ดขาด และสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสีย