ที่วัดสุพรรณรังษี (จองคำ) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน หน่วยจัดการศึกษาอำเภอแม่สะเรียง (วชช.แม่สะเรียง) ร่วมกับ ชมรมรักษ์แม่สะเรียง จัดกิจกรรมเวทีเสวนา “ประเพณีท้องถิ่นที่โดดเด่นของอำเภอแม่สะเรียง” เพื่อรวบรวม ถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประวัติศาสตร์และประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่า
            

โดยอำเภอแม่สะเรียงถือเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 600 ปี มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งไทใหญ่ กะเหรี่ยง และละว้า มีวัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ การจัดโครงการครั้งนี้ เกิดขึ้นจากดำริและความห่วงใยของ พระครูอนุโชติ สุวรรณวิศาล เจ้าคณะอำเภอแม่สะเรียง ที่เกรงว่าองค์ความรู้ ประเพณี และประวัติศาสตร์ที่ดีงาม เช่น ประเพณีปอยส่างลอง จะเลือนหายไปตามกาลเวลา เนื่องจากยังขาดการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในเชิงวิชาการ จึงได้ริเริ่มผลักดันโครงการนี้ขึ้น เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาจากปราชญ์ชาวบ้านสู่อนุชนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน โดยมีเยาวชน นักเรียนจากโรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา และ ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 100 คน
             

การจัดเวทีเสวนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต 2 ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการจัดเวทีเสวนา และ นายประพันธ์ วิริยะภาพ หัวหน้าหน่วยจัดการศึกษาอำเภอแม่สะเรียง วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมขับเคลื่อนเป็นวิทยากรและสนับสนุนกิจกรรม พร้อมด้วยความร่วมมือจากคณะสงฆ์ ชุมชนจองคำ และคณะศรัทธาวัดสุพรรณรังษี
             

สำหรับเวทีเสวนา ได้รับเกียรติจากปราชญ์ชาวบ้านและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นองค์ปาฐกถ่ายทอดความรู้ อาทิ ตาหนานหน้อย วัฒนวงศ์ (วัยกว่า 90 ปี), อ.ปรีชา วงศ์น้อย, พระบรรจง ปรกุโม และลุงสล่าดุน สุกันทา ร่วมพูดคุยถึงประเพณีวัฒนธรรมอันโดดเด่นในพื้นที่ ได้แก่ ประเพณีออกหว่า, ประเพณีปอยส่างลอง, ประเพณีตานข้าวหย่ากู๊, ประเพณีตานจ่าก้ะ และประเพณีแฮนซอมโก่จา นอกจากนี้ อ.สุเทพ นุชทรวง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ผู้ที่คลุกคลีและผลักดันส่งเสริมกิจกรรมประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ได้เดินทางมาร่วมเวทีเสวนาในครั้งนี้ด้วย
            

ด้านนายประพันธ์ เปิดเผยว่า ทางวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ 2 ส่วนสำคัญ คือ การบันทึกภาพและเสียงเพื่อใช้เป็นหลักฐานและเผยแพร่ในอนาคต และการจัดทำเป็นรูปเล่มเอกสารทางวิชาการเพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับคนรุ่นต่อไป