เมื่อวันที่ 13 ส.ค.นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ตน เป็นประธานเปิดและมอบนโยบายในการประชุมซักซ้อมกระบวนการทำงานการจัดการศึกษาเอกชน ซึ่งการศึกษาเอกชนเป็น “หุ้นส่วนร่วมสร้างอนาคตของประเทศ” ปัจจุบันดูแลนักเรียนประมาณ 2.8 ล้านคน ในสถานศึกษาเกือบ 12,000 แห่ง และมีบุคลากรประมาณ 130,000 คน จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาไทย
ายตติยภัทร์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมตนยังได้เสนอกรอบ “OPEC” เป็นแนวคิดร่วมในการทำงาน ได้แก่ O – Opportunity สร้างโอกาสทางการศึกษา P – Potential พัฒนาศักยภาพ E – Excellence มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และ C – Creativity ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ รวมความหมายว่า “สร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้วยความคิดสร้างสรรค์”
สำหรับการขับเคลื่อน 5 นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสู่การศึกษาเอกชน ประกอบด้วย คืนเวลาให้ครู ลดงานและข้อมูลซ้ำซ้อน ลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส ยกระดับการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงโลกความจริง ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางกาย ใจ สังคม และดิจิทัล สร้างระบบการศึกษาใหม่ผ่าน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
“ในสายตาของนักเรียน ระบบการศึกษาไม่ได้ถูกวัดจากถ้อยคำในนโยบาย แต่ถูกวัดจากครูมีเวลาให้เขามากขึ้นหรือไม่ ครอบครัวมีภาระลดลงหรือไม่ เขาได้เรียนรู้สิ่งที่ใช้ได้จริงหรือไม่ รู้สึกปลอดภัยหรือไม่ และมองเห็นอนาคตของตนเองชัดเจนขึ้นเพียงใด หากส่วนกลางและพื้นที่ทำงานเป็นทีมเดียวกัน การศึกษาเอกชนจะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับทุนมนุษย์และขีดความสามารถของประเทศ ภายใต้แนวทาง All for Education ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างการศึกษาที่ดีที่สุดให้เด็กทุกคน” โฆษก ศธ. กล่าว



