เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLAW) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หลังการเลือก สว. เสร็จสิ้นในปี 2567 ปรากฏคนดังคนหนึ่ง ดังเปรี้ยงขึ้นมาเลยก็คือ “หมอเกศ” เหตุที่เธอดังขึ้นมาก็เพราะว่า ดันไปได้คะแนนสูงที่สุดของประเทศ แต่เมื่อดูใบสมัคร สว.3 บอกว่าเป็นศาสตราจารย์ และจบการศึกษาที่ California University คนรุมด่ากันเป็นพันคอมเมนต์ทุกหนแห่ง ยิ่งเธอออกมาให้สัมภาษณ์ยิ่งโดนด่า ด่ากันอยู่หลายวันติดต่อกัน
ถ้า กกต. ทำงานได้ดีต้องไม่รับสมัครตั้งแต่แรก แต่เมื่อโดนด่ามากๆ แล้ว หากคิดจะทำงานก็ควรสืบสวนและตัดสิทธิได้ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน แต่พวกเขาใช้เวลาไปปีเศษ ปล่อยเธอเข้าสภาไปพักหนึ่งก่อน แล้วค่อยยื่นฟ้อง เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า เมื่อสังคมรับรู้กันโดยทั่วไปแล้ว กกต. ก็รู้ว่า ถ้าจะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ ถ้าจะยกฟ้องก็คงจะเป็นข่าวใหญ่เกินไป งั้นก็ไม่ต้องดุกันเกินไปก็ให้ทำงานสักนิดหนึ่งก่อนแล้วก็ค่อยตัดสินทีหลัง
ขณะที่มี สว. อีกจำนวนมากเลยที่เขียนประวัติน่าจะไม่ตรงกับกลุ่ม หรือสมัครโดยไม่มีคุณสมบัติที่จะสมัครได้ แต่เวลาที่ผ่านมาพวกเขายังดังไม่มาก สังคมไม่สนใจมากพอ กกต. จึงรู้ว่าถ้ายกฟ้องไปแบบเงียบๆ เขียนเหตุผลกว้างๆ ไว้ไม่ต้องอธิบายข้อเท็จจริงอะไรมาก น่าจะสบายตัวและไม่มีใครขุดมาด่ามากเกินไป บ้านเมืองก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น ยกตัวอย่างเช่น รายก๋วยเตี๋ยวไก่นั่นเอง
นายยิ่งชีพ ระบุว่า ผมยังมีความเชื่อในทาง positive อยู่บ้างว่า ถ้าสังคมช่วยกันสนใจเรื่องราวของ สว. คนอื่นๆ อีก 100 กว่าคน หรือสนใจ สว. แก๊งนี้ ที่เรียกว่า แก๊ง “สีน้ำเงิน” ให้มากเพียงพอหรือมากกว่าตอนที่สนใจเรื่องหมอเกศในวันนั้น กกต. ก็จะไม่กล้ายกฟ้องทั้งหมด หรือถ้าคนสนใจตรงไหนเขาก็อาจต้องสั่งเพียงแค่ตรงนั้นเพื่อลดแรงกระแทก
ยกนี้ยากอยู่มาก เพราะว่าตัวละครที่เกี่ยวข้องเยอะ ผู้ต้องหาในคดีการโกง สว. มี 229 คน ซึ่งผมเชื่อว่าคนที่เกี่ยวข้องจริงๆ มากกว่านั้นด้วย แต่ว่าตอนนี้ถูกดำเนินคดีเท่านี้ก่อน และในจำนวนนี้เป็น สว. ชุดปัจจุบันถึง 138 คน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้สังคมสนใจและทำความเข้าใจพฤติกรรมของทุกคนในขบวนการนี้ว่าใครไปทำอะไรมาบ้าง
ผมรู้ว่าจะเป็นการขอร้องมากเกินไปถ้าจะให้ทุกคนในสังคม ช่วยกันด่า สว. ทั้ง 138 คน ให้โด่งดังและให้แรงเท่าที่เคยพูดถึงกรณีการสมัครด้วยคุณสมบัติที่เป็นเท็จของท่านเกศกมล ท่านนั้น แต่ถ้าจะพอขอร้องกันได้บ้างก็คือ ต้องขอร้องให้สนใจลงรายละเอียดของข้อมูลที่เรานำเสนอไปแล้วรวมถึงจะนำเสนอต่อไปอีกในช่วงเดือนนี้
ประชาชนหลายท่าน เชื่อไปแล้วว่ากระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมานั้น มีขบวนการโกงแพ็กกันแน่นอน พี่น้องจึงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดอีกให้เหนื่อย เพราะรู้ๆ กันอยู่แล้วว่ายังไงมันก็โกง แต่หากพวกเราพูดได้เพียงว่า สีน้ำเงินมันโกง โดยบอกไม่ได้ว่าคนไหนโกงและจำอะไรไม่ได้เลยว่า พวกเขาคนไหนทำอะไรไปบ้าง เสียงด่าก็จะไม่ดังพอ และ กกต. ก็จะยกฟ้องส่วนของคนนั้นแหละ เพราะพวกเขารู้ว่าเมื่อยกฟ้องไปแล้ว คนก็คงด่ากันเบาๆ แล้วก็ลืม ไม่มีใครรู้หรือไม่มีใครจำได้ว่า ควรจะต้องสั่งฟ้องเพราะไปทำอะไรผิดกันมาบ้าง ถ้าคนไหนโดนด่าเยอะหน่อยสังคมจดจำได้มากหน่อยก็อาจต้องเชือดไก่ให้ลิงดู สั่งฟ้องไปเพียงเล็กน้อยไม่กี่คน เพื่อลดกระแสการด่า เหมือนที่เคยทำมาก่อน ก็คงทำเท่านี้ได้เท่านี้
ดังนั้น งานอาจจะยากสักหน่อยนะครับ ที่จะต้องสื่อสารและขอให้สังคมช่วยกันเรียนรู้จดจำเนื้อหาพฤติกรรมของแต่ละคน แต่ละก๊กให้ได้เพิ่มขึ้น ก็จะขอร้องพวกเราให้ทนอ่านเนื้อหาที่มันเยอะขึ้นสักหน่อย แล้วช่วยกันยืนยันว่าเราอยากเห็นการฟ้อง 229 คนนะครับ ไม่ใช่แค่บางคน



