นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เปิดเผยว่า ได้ร่วมหารือกับ ผู้บริหารชอง  บริษัท  โรบล็อกซ์ คอร์ปอเรชัน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเกม โรบล็อกซ์ ในส่วนของมาตรการด้านระบบความปลอดภัยและการคุ้มครองเด็กและเยาวชนบนแพลตฟอร์ม ทั้งการกำกับดูแลตามช่วงอายุ เทคโนโลยี เฟเชียล เอจ เอสติเมชัน สำหรับประเมินอายุจากใบหน้า ระบบ แชท โมเดอเรชัน ตรวจจับข้อความไม่เหมาะสม และซึ่งทาง โรบล็อกซ์  จะนำมาตรการตามมาตรฐาน ไอเออาร์ซี เรตติ้ง มาใช้ในปี  70

“เรื่องความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่ภาครัฐ แต่รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้วย โดยจากการหารือกระทรวงดีอีพร้อมผลักดันให้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มเกมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง ระบบนิเวศน์ ดิจิทัล ที่ปลอดภัย เพื่อยกระดับการยืนยันตัวตน การคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการใช้ เอไอ อย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน ครอบครัว และสังคมไทยในระยะยาว

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า  ขณะเดียวกันได้เสนอให้มีการศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ในการยืนยันตัวตนของผู้ที่จะสามารถใช้งานแพลตฟอร์ม โรบล็อกซ์  โดยการเชื่อมโยงระบบ  ไทย เนชันแนล ดิจิทัล ไอดี / เคไวซี  เข้ากับบัญชีผู้ใช้งาน โรบล็อกซ์  เพื่อจะช่วยให้การยืนยันตัวตนและอายุของผู้ใช้งานแม่นยำขึ้นมาก และสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองได้อีกระดับหนึ่ง

“สำหรับแนวทางในระยะเบื้องต้นนั้น จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันศึกษาระบบการยืนยันตัวตนผู้ใช้งานในไทย เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจริง ขณะที่ระยะต่อไปตนเสนอให้ศึกษาการใช้เครื่องมือ พรี-สแกน  ตรวจสอบเนื้อหาก่อนการเผยแพร่ การวิเคราะห์ เเกม / ยูสเซอร์ ฮิสตอรี ล็อก และการใช้ เอไอ วิเคราะห์ปัจจัยที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง เพื่อเป็นการป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่แก้ปัญหาภายหลังเกิดเหตุแล้ว ซึ่งทุกเครื่องมือที่นำมาใช้ต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งเรื่องความเหมาะสมและสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนผู้ใช้งาน โดยตนจะนำแนวทางดังกล่าวมาร่วมหารือกับผู้ประกอบการเกมไทยด้วย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมเกมไทย” นายไชยชนก กล่าว 

นอกจากนี้ Roblox ยังได้นำเสนอ Family Zone ซึ่งเป็น Community ภายในแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจระบบเกมและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน พร้อมการเสริมทักษะเนื้อหาด้าน AI และ การเขียน Coding ซึ่งการพัฒนาแคมเปญดังกล่าว ตนเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ปกครองและเด็กสามารถมีกิจกรรมการเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีในโลกดิจิทัลร่วมกันได้