นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการทำกำไรได้อย่างโดดเด่น มีกำไรสุทธิ 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นกำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่สูงที่สุดของ BEM ทำลายสถิติในรอบ 10 ปี โดยมีรายได้รวมจากการให้บริการ 3,982 ล้านบาท สะท้อนองค์ประกอบที่สมบูรณ์ของแหล่งรายได้และสินทรัพย์ 

โดยรายได้กว่า 50% เป็นรายได้ค่าผ่านทางจากธุรกิจทางพิเศษที่มีสายทางพิเศษอยู่ในเขตเมืองด้วยผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านเที่ยวในแต่ละวัน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้ BEM ในไตรมาสนี้มีรายได้ค่าผ่านทาง 2,071 ล้านบาท อีกประมาณ 40% เป็นรายได้จากธุรกิจระบบรางที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายได้ค่าโดยสารจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่ปริมาณผู้โดยสารเติบโตทุกปีจากการพัฒนาของโครงการต่างๆ ตามแนวสายทาง รวมถึง benefit จากการเป็นรถไฟฟ้าสายวงกลมของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อและรับผู้โดยสารจากรถไฟสายต่างๆ  ไตรมาสนี้รายได้ธุรกิจระบบราง 1,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3%  

นอกจากนี้ BEM ยังโชว์ศักยภาพด้านการบริหารจัดการต้นทุนที่เป็นจุดแข็งสำคัญ โดย BEM ใช้กลยุทธ์บริหารจัดการหนี้เชิงรุกจนสามารถหั่นต้นทุนทางการเงินลงได้ถึง 9% เป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเซฟอัตราการทำกำไรไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง หนุนผลงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 กวาดกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นไปได้สูงถึง 1,887 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำความเป็นหุ้น Defensive เกรดพรีเมียมที่กระแสเงินสดมั่นคง

ด้านเมกะโปรเจกต์ที่จะเป็น Growth Driver สำคัญคือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออก (สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – สถานีแยกร่มเกล้า) ขณะนี้รถไฟฟ้าขบวนที่ 1 ผลิตและทดสอบที่โรงงานในตุรกีแล้วเสร็จ และกำลังส่งไปทดลองวิ่งที่เยอรมันเพื่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย แล้วจึงจะส่งมาไทยในภายหลัง ส่วนขบวนที่ 2 อยู่ระหว่างการทดสอบที่ตุรกี และจะเป็นรถไฟฟ้าขบวนแรกที่ถูกส่งมาถึงประเทศไทยช่วงปลายเดือน พ.ย. 2569 สำหรับขบวนอื่นๆ อยู่ระหว่างการผลิตตามแผนงาน โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออกนั้นจะสามารถเปิดทดลองใช้ปลายปีหน้า และเปิดให้บริการได้ตามแผนในต้นปี 2571 

ขณะที่ช่วงตะวันตก (สถานีบางขุนนนท์ – สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) มีความคืบหน้างานก่อสร้างแล้ว 37% ส่วนการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีความคืบหน้า 43% (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน มิ.ยง 2569) ซึ่งคาดว่าหลังเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 100,000 เที่ยว/วัน และจะเพิ่มเป็น 300,000 เที่ยว/วัน เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบรวมฝั่งตะวันตกในปี 2573 จะดันผลประกอบการ BEM เข้าสู่ยุค Big Jump อย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ BEM มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการยกระดับนวัตกรรมบริการ เพื่อส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ใช้บริการ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน