ภายหลังวงการกีฬาโป๊กเกอร์ไทย เข้าสู่ช่วงสำคัญของการจัดระบบในฐานะชนิดกีฬา และมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดตั้งสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับกีฬาโป๊กเกอร์ ล่าสุด แหล่งข่าวในวงการโป๊กเกอร์ไทย ได้ตั้งข้อสังเกตต่อการดำเนินงานของสมาคมกีฬาไทยโป๊กเกอร์ (Thai Poker Association : TPA) ซึ่งมีกำหนดจัดกิจกรรม TPA International Inaugural Summit และ 2026 WPF Asian Nations Cup Regional Launch ในวันที่ 17 ส.ค.69 ณ อาคารการกีฬาแห่งประเทศไทย ( กกท. ) โดยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบและสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสถานะขององค์กรให้เกิดความชัดเจนต่อสาธารณะ
ข้อสังเกตดังกล่าวเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมและเว็บไซต์ของ TPA ซึ่งพบประเด็นเกี่ยวกับการนำเสนอชื่อองค์กร ตราสัญลักษณ์ และสถานที่ตั้งสำนักงาน โดยเฉพาะในช่วงที่กีฬาโป๊กเกอร์ กำลังอยู่ระหว่างการวางระบบองค์กรกีฬาอย่างเป็นทางการ จึงมีความจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่า การดำเนินงานในแต่ละส่วนอยู่ภายใต้สถานะและหลักเกณฑ์ใด

ประเด็นแรก คือ ตราสัญลักษณ์ขององค์กร ซึ่งปรากฏองค์ประกอบสีแดง ขาว และน้ำเงิน ในลักษณะที่สื่อถึงประเทศไทย รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทยในตราองค์กร โดยแหล่งข่าวในวงการตั้งข้อสังเกตว่า การออกแบบและนำตราสัญลักษณ์ดังกล่าวไปใช้ในเอกสารประชาสัมพันธ์และกิจกรรมต่าง ๆ มีหลักเกณฑ์หรือการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรองรับในระดับใด และสามารถสื่อสารต่อสาธารณะได้เพียงใดว่าเป็นองค์กรที่มีสถานะอยู่ในระบบกีฬาไทย
ประเด็นที่สอง คือ ความแตกต่างของชื่อองค์กรในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยข้อมูลที่ปรากฏในตราสัญลักษณ์ระบุชื่อภาษาไทยว่า “สมาคมกีฬาไทยโป๊กเกอร์” ขณะที่ชื่อภาษาอังกฤษใช้ว่า “Thai Poker Association” ซึ่งไม่มีคำว่า “Sports” ประกอบอยู่ในชื่อภาษาอังกฤษ จึงสงสัยว่า การใช้ชื่อทั้งสองภาษาในรูปแบบดังกล่าวมีความสอดคล้องกับชื่อที่ได้รับการจดทะเบียนและสถานะขององค์กรหรือไม่ รวมถึงอาจทำให้บุคคลทั่วไปหรือองค์กรในต่างประเทศเข้าใจสถานะขององค์กร แตกต่างจากข้อเท็จจริงได้หรือไม่
ทั้งนี้ พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 กำหนดไว้ในมาตรา 56 ว่า ข้อบังคับของสมาคมกีฬาอย่างน้อยต้องมีข้อความเกี่ยวกับชื่อ ซึ่งต้องมีคำว่า “สมาคมกีฬา” กำกับไว้ และมาตรา 57 กำหนดให้สมาคมกีฬาต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “สมาคมกีฬา”
ประกอบกับชื่อของสมาคมกีฬา ขณะที่ มาตรา 62 กำหนดประเภทของสมาคมกีฬาออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สมาคมกีฬาทั่วไป, สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย”
“ประเด็นดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า การไม่มีคำว่า “Sports” ในชื่อภาษาอังกฤษจะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่เป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับ ความสอดคล้องของชื่อที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์กับชื่อและสถานะที่ได้รับการจดทะเบียน ซึ่งเห็นว่าควรมีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงการกีฬาโป๊กเกอร์”
ส่วนประเด็นที่สาม คือ ที่ตั้งสำนักงานของ TPA โดยข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ส่วนติดต่อขององค์กรระบุที่ตั้งสำนักงานว่า “อาคารการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240” ขณะที่ เอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันที่ 17 ส.ค.2569 ก็ระบุสถานที่จัดงานว่า “Sports Authority of Thailand (SAT) Complex” และกำหนดช่วงหนึ่งของกิจกรรมเป็น “SAT Governor Keynote & Group Photo”

ซึ่งการระบุที่ตั้งสำนักงานอยู่ภายในอาคาร กกท. และการจัดกิจกรรมภายในพื้นที่ของ กกท. รวมถึงการระบุว่ามีผู้ว่าการ กกท. เข้าร่วมในกำหนดการ อาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าองค์กรหรือกิจกรรมดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับ กกท. ในระดับใดระดับหนึ่ง จึงเห็นว่าควรมีการเปิดเผยข้อเท็จจริงว่า การใช้สถานที่ การระบุที่ตั้งสำนักงาน และการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้บริหาร กกท. อยู่ภายใต้การอนุญาตหรือความร่วมมือในรูปแบบใด
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญเมื่อพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 ซึ่งกำหนดให้นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาและนายทะเบียนสมาคมกีฬามีอำนาจเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนสมาคมกีฬา โดยมาตรา 54 ระบุว่า หากการขอจดทะเบียนดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายและข้อบังคับ รวมถึงผู้เริ่มก่อการมีคุณสมบัติถูกต้อง นายทะเบียนจึงรับจดทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่สมาคมกีฬา
ขณะเดียวกันข้อพิจาณา คือ มาตรา 60 ยังห้ามบุคคลใดใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบว่า “สมาคมกีฬา” หรืออักษรต่างประเทศซึ่งแปลหรืออ่านว่า “สมาคมกีฬา” ในดวงตรา ป้ายชื่อ หรือเอกสารต่าง ๆ โดยมิได้เป็นสมาคมกีฬา เว้นแต่เป็นการใช้ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬา ขณะที่มาตรา 74 กำหนดให้สมาคมกีฬาต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด และหากมีการฝ่าฝืน นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือระงับการดำเนินการดังกล่าวได้
สำหรับประเด็นเรื่องการแสดงความเป็นองค์กรกีฬาไทย กฎหมายยังแยกสถานะของ “สมาคมกีฬาทั่วไป” ออกจาก “สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่าแห่งประเทศไทย” อย่างชัดเจน โดยมาตรา 67 ระบุว่า สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ต้องเป็นสมาคมกีฬาทั่วไปที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระดับชาติและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา ขณะที่มาตรา 68 กำหนดกรณีการดำเนินกิจกรรมในนามของชาติหรือประเทศไทย และมาตรา 69 ห้ามสมาคมกีฬาทั่วไปหรือบุคคลใดใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” หรือเครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมในนามของชาติหรือประเทศไทย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา จากข้อกำหนดดังกล่าว เห็นว่า ประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบไม่ใช่เพียงเรื่องการใช้ชื่อขององค์กรเท่านั้น แต่รวมถึง สถานะขององค์กรตามกฎหมาย การใช้ตราสัญลักษณ์ การนำเสนอความเป็นองค์กรกีฬาไทย การใช้สถานที่ของ กกท. และขอบเขตความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะมีความชัดเจนและตรวจสอบได้
“ตัวเอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันที่ 17 ส.ค.2569 ระบุว่า ภายในงานมีทั้งการกล่าวต้อนรับของประธาน TPA การนำเสนอจาก World Poker Federation และ Asian Poker Sports Association ตลอดจนช่วง “SAT Governor Keynote & Group Photo” ก่อนเข้าสู่กิจกรรมสัมมนาในช่วงบ่าย ซึ่งมีหัวข้อเกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ระบบการแข่งขัน กรอบกฎหมาย และแนวทางการดำเนินงานของโป๊กเกอร์ในแต่ละประเทศ”
“จึงเกิดคำถามว่า การจัดกิจกรรมในพื้นที่ กกท. และการมีผู้บริหาร กกท. เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว มีขอบเขตเพียงการใช้สถานที่หรือการเข้าร่วมในฐานะผู้ได้รับเชิญ หรือมีความหมายในด้านการสนับสนุนองค์กรและกิจกรรมในระดับใด เนื่องจากรายละเอียดดังกล่าวอาจมีผลต่อการรับรู้ของนักกีฬา ผู้สนับสนุน ภาคธุรกิจ และประชาชนเกี่ยวกับสถานะของผู้จัดงาน”
แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า ประเด็นดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับสถานการณ์การจัดระบบกีฬาโป๊กเกอร์ไทยในปัจจุบัน ซึ่งจำเป็นต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง การรับรองโป๊กเกอร์เป็นชนิดกีฬา กับ สถานะขององค์กรที่ดำเนินกิจกรรมด้านโป๊กเกอร์ เนื่องจากการที่โป๊กเกอร์ได้รับการรับรองเป็นชนิดกีฬา ไม่ได้หมายความว่าองค์กรหรือกิจกรรมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับโป๊กเกอร์จะมีสถานะทางกฎหมายหรือได้รับการรับรองจาก กกท. ในระดับเดียวกันโดยอัตโนมัติ
“สถานการณ์ในขณะนี้เห็นว่า กกท. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและส่งเสริมกีฬา ควรสื่อสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะขององค์กรที่ดำเนินกิจกรรมด้านโป๊กเกอร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่วงการกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งและวางระบบสมาคมกีฬา เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถดำเนินงานภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน”

ทั้งนี้ข้อสังเกตทั้งหมดไม่ได้เป็นการวินิจฉัยว่า TPA กระทำผิดกฎหมายหรือดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการตั้งคำถามจากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะ การใช้ชื่อ ตราสัญลักษณ์ สถานที่ตั้งสำนักงาน และการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ กกท. เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อวงการกีฬาโป๊กเกอร์ไทย
“ซึ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาชนิดกีฬานี้ สิ่งที่สำคัญคือการกำหนดมาตรฐานเดียวกันให้กับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านสถานะทางกฎหมาย การจัดกิจกรรม การใช้ชื่อและสัญลักษณ์ ตลอดจนความสัมพันธ์กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การพัฒนาโป๊กเกอร์ไทยเดินหน้าอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน” แหล่งข่าว” ระบุ
อนึ่ง เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา นายรุ่งโรจน์ เรื่องปราชญ์ ทนายความและผู้ติดตามศึกษากีฬาโป๊กเกอร์ ได้เข้ายื่นหนังสือผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขอให้กระทรวงฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และฝากข้อสังเกตถึงบทบาทของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต่อการดำเนินกิจกรรมขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับโป๊กเกอร์ โดยเฉพาะกิจกรรมที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 ส.ค.2569 ณ อาคารการกีฬาแห่งประเทศไทย ขณะที่ ข้อมูลที่เผยแพร่โดยองค์กรผู้จัดยังปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อองค์กร ตราสัญลักษณ์ ที่ตั้งสำนักงาน และการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร กกท. จนนำไปสู่คำถามในวงการว่า การดำเนินงานดังกล่าวมีสถานะและความสัมพันธ์กับ กกท. ในระดับใด และการเข้ามามีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐจะถูกตีความว่าเป็นการสนับสนุนหรือรับรององค์กรหรือกิจกรรมหรือไม่



