เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 69 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เฝ้ารับเสด็จ
โอกาสนี้ ทรงสักการะพระพุทธสิหิงค์ ที่ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และทอดพระเนตรรูปแบบจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติที่เขียนขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 โดยมีการเขียนซ่อมแซมในเวลาต่อมา แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของจิตรกรรมฝาผนังแนวประเพณีของไทย



จากนั้น เสด็จไปยังอาคารมหาสุรสิงหนาท ทรงสักการะพระพิฆเนศ ศิลาจำหลัก จากจันทิสิงหส่าหรี (ชวาตอนกลาง) ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลฮอลันดา น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จประพาสชวา ครั้งที่ 2 และทอดพระเนตรโบราณวัตถุสำคัญต่างๆ ในสมัยศรีวิชัย อาทิ ประติมากรรมสำริดส่วนองค์ท่อนบนของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะศรีวิชัย ซึ่งถูกค้นพบที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระพุทธรูปนาคปรก สำริด ปางมารวิชัย สมัยศรีวิชัย จากวัดเวียง อำเภอไชยา พระวิษณุสี่กร พบที่โบราณสถานเขาพระเหนอ ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา บนชั้นที่สองของอาคารมหาสุรสิงหนาท ทอดพระเนตรโบราณวัตถุ สมัยลพบุรี อาทิ ประติมากรรมสำริดกะไหล่ทองอายุราว 1,000 ปี (พุทธศตวรรษที่ 16) สูง 129 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าเป็นรูปบุคคลหรือกษัตริย์ในราชสำนักโบราณ และประติมากรรมเทวรูปสำริดองค์ใหญ่ที่สุด ซึ่งพบที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา



จากนั้น เสด็จไปยังพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ทอดพระเนตรนิทรรศการ สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ ซึ่งจัดแสดง ผ้าราชสำนักโบราณ และผ้าชาติพันธุ์ต่างๆ ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 แล้วเสด็จไปทอดพระเนตรการบูรณะซ่อมแซมพระมหาพิชัยราชรถ และพระเวชยันตราชรถ ณ โรงราชรถ แล้วเสด็จกลับ.