เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 เวลา 14.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังห้องประชุมคอนเวนชัน ฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พระราชทานพระวโรกาสให้ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าเฝ้า เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระกุศลสมทบทุน “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์

การนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล รองประธานกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์ กราบทูลรายงานผลการดำเนินงานของกองทุนฯ ซึ่งได้ขับเคลื่อนตามพระปณิธานฯ ในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ประชาชนและกำลังพลแนวหน้าผู้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ นับตั้งแต่เปิดกองทุนฯ อย่างเป็นทางการ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมโดยเสด็จพระกุศลสมทบ “กองทุนหทัยทิพย์” อย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวนเงิน 252,840,253.28 บาท (รายงานยอดเงินบริจาค สถานะ ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569)

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ฯ กราบทูลเบิกพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เข้าเฝ้า เพื่อกราบทูลรายงานผลการดำเนินโครงการก่อสร้างรั้วชายแดน และสิ่งป้องกันภัยต่าง ๆ ในพื้นที่เสี่ยงภัยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาของกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และกองทัพบก (ทบ.) ตามลำดับ ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการฯ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ดำเนินการภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 121,089,300 บาท

สำหรับโครงการในความรับผิดชอบของกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 69,275,700 บาท ได้ดำเนินการก่อสร้างรั้วชายแดนและถนนตรวจการณ์คู่ขนาน ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง ปัจจุบันก่อสร้างรั้วชายแดนช่วงหลักเขตแดนที่ 52–54 แล้วเสร็จ รวมระยะทาง 1.31 กิโลเมตร และจะดำเนินการในระยะต่อไปให้ครอบคลุมช่วงหลักเขตแดนที่ 54–59 รวมระยะทาง 8 กิโลเมตรเศษ ตามแผนงานที่กำหนด รั้้วชายแดนดังกล่าวได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรม มีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งลวดหนามหีบเพลงผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง ทนทานต่อการตัดและกัดกร่อน มีความสูงรวม 3.35 เมตร สามารถรองรับภารกิจด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ขณะเดียวกัน ได้ก่อสร้างเส้นทางลำเลียงวัสดุจากฐานปฏิบัติการที่ 6 เข้าสู่หลักเขตแดนที่ 52 ระยะทาง 1.23 กิโลเมตร แล้วเสร็จสมบูรณ์ และอยู่ระหว่างก่อสร้างถนนตรวจการณ์ตลอดแนวหลักเขตแดนที่ 52-59  ระยะทางรวมกว่า 8 กิโลเมตร

นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังสนับสนุนการก่อสร้างบังเกอร์สำหรับกำลังพล รวม 100 แห่ง  และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนขนาดรองรับ 40-60 คน รวม 40 แห่ง ในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะโรงเรียน วัด และชุมชนตามแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จทั้งหมด ส่วนโครงการในความรับผิดชอบของกองทัพบก (ทบ.) ซึ่งได้รับพระราชทานเงิน จากกองทุนหทัยทิพย์ จำนวน 51,813,600 บาท ได้นำไปดำเนินการก่อสร้างบังเกอร์ (หลุมบุคคลคู่) สำหรับกำลังพล จำนวน 328 แห่ง และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนขนาดรองรับ 40 คน จำนวน 10 แห่ง กระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ ในบริเวณจังหวัดชายแดน เพื่อใช้เป็นที่พักพิงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยง โดยงานก่อสร้างทั้งหมดนี้ เป็นไปตามหลักวิชาการ และวิศวกรรม พร้อมผ่านทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ปัจจุบันการดำเนินงานแล้วเสร็จครบถ้วนตามเป้าหมายที่กำหนด

ต่อจากนั้น คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์ ได้เบิกผู้มีจิตศรัทธา และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมกว่า 100 ราย เข้าเฝ้า ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระกุศลสมทบ “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ตามลำดับ

โอกาสนี้ มีพระดำรัสพระราชทานแก่คณะผู้มีจิตศรัทธาที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหทัยทิพย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ความว่า “ ..ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกคนที่อุดหนุนการทำงานของกองทุนหทัยทิพย์ ซึ่งเราทำไปทุกอย่างนี้ เพื่อช่วยเหลือทหาร พลเรือน ที่อยู่ตามชายแดน และป้องกันไม่ให้คนที่ไม่ปรารถนาดีเข้ามาในเขตของคนไทย…เนื่องจากข้าพเจ้าได้รับการสนับสนุนมากพอสมควร จริง ๆ ข้าพเจ้าก็มีอะไรที่จะเติมไปข้างหลัง…ก็จะช่วยให้กองทุนหทัยทิพย์มีเงิน พอที่จะสนับสนุนทหารชายแดน ตำรวจ พลเรือน ประชาชน ให้ทุกคนพ้นจากภัยสงคราม ในโอกาสนี้ข้าพเจ้าขออวยพรให้ทุกท่านที่มีจิตศรัทธา มีแต่ความรุ่งเรือง มีแต่ความสบายใจ และขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนต่อไปอีกนาน ๆ…”

“กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ จัดตั้งขึ้นด้วยพระกรุณาธิคุณและพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อสนับสนุนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้ง และภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชายแดนของประเทศ

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมสมทบทุน “กองทุนหทัยทิพย์” เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างรั้วชายแดนและสิ่งป้องกันภัยต่าง ๆ ให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สามารถโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า ชื่อบัญชี “เงินกองทุนหทัยทิพย์” ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03266-6 และประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 229-4-29977-7 หรือสแกน QR Code ผ่านระบบ e-Donation โดยเงินสมทบทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage กองทุนหทัยทิพย์ LINE Official Account @hataitipfund หรือสำนักงานกองทุนหทัยทิพย์ ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทรศัพท์ 0-2553-8616-19 ในวันและเวลาทำการ