เมื่อความทุกข์ร้อนจากภัยสงครามนั้น ทราบถึงพระเนตรพระกรรณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ โดยมีรับสั่งให้เตรียมการเดินทาง แล้วเสด็จฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังบริเวณชายแดนอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งเชื้อชาติศาสนา อันเป็นหนึ่งในพระราชภารกิจสำคัญของสภากาชาดไทย ซึ่ง ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ อดีตราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ถ่ายทอดความทรงจำอันชัดเจน ครั้งตามเสด็จฯ ไปยังบ้านเขาล้าน จ.ตราด ในเวลานั้นว่า

“เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาที่บ้านเขาล้าน ฉลองพระองค์สีขาว คาดกระติกน้ำ ใส่พระมาลา ชาวเขมรพูดกันว่ามีผู้หญิงแต่งชุดขาว คาดกระติกน้ำ ใส่หมวกปีกกว้างมาเยี่ยม ทอดพระเนตรเห็นเด็กที่มีหนังหุ้มกระดูก มีคนเจ็บ คนป่วย มีคนตาย สภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยจำนวนมากอยู่ในสภาพอิดโรย ขาดอาหาร และเจ็บป่วย พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภากาชาดไทยเร่งให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน ทั้งอาหาร ยารักษาโรค โรงพยาบาลสนาม ที่พักพิง ตลอดจนการดูแลเด็กกำพร้า การฝึกอาชีพ เพื่อฟื้นฟูชีวิตของผู้ลี้ภัยที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ในระหว่างที่ดิฉันตามเสด็จฯ มีช่วงหนึ่งพระองค์ท่านรับสั่งว่า “หนึ่งชีวิตของเขาและหนึ่งชีวิตของเราเท่ากัน เพราะฉะนั้น เราก็ต้องช่วยเขาให้รอด เราจะนิ่งดูดาย เราจะอยู่เฉย ๆ แล้วผลักดันเขากลับไปหาความตาย มันก็ไม่ใช่”

พระราชดำรัสครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราและเหล่าข้าราชบริพารที่เดินทางไปช่วยเหลือราษฎร ยังทำต่อไปด้วยความรัก ศรัทธา และด้วยความจงรักภักดีจากใจจริง มีแนวพระราชดำริอย่างไร เราจะช่วยกันทำให้ไปถึงที่สุดอย่างที่พระองค์ท่านทรงต้องการ”

ในขณะที่ อรุณ ขำวงศ์ หนึ่งในชาวกัมพูชาอพยพเข้ามายังประเทศไทยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เล่าว่า ตอนนั้นพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ต้องเผชิญกับวิกฤติผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ ชาวกัมพูชาจำนวนมหาศาลหนีภัยสงครามและความรุนแรงมายังพื้นที่บ้านเขาล้าน จังหวัดตราด การเดินทางที่เต็มไปด้วยความอดอยาก ความเจ็บป่วย และการพลัดพราก จนกระทั่งมาถึงสถานที่แห่งนี้ซึ่งต่อมากลายเป็นศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด พื้นที่แห่งความทรงจำไม่รู้ลืมของเหล่าผู้อพยพ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมอบชีวิตใหม่ให้แก่พสกนิกรเหล่านั้น

“เขากวาดล้าง ระหว่างทางมีคนตายเยอะ ต่างคนต่างเอาตัวรอด ตอนนั้นถ้าถูกเขาจับได้ เราก็ตาย คุยกับเพื่อนว่าเราอยู่กันไม่ได้แล้ว เราต้องไป แล้วก็มีทหารพาขึ้นรถแล้วก็ให้มาลงที่สภากาชาด ตอนรู้ว่าถึงไทยแล้ว ก็คือเรารอดแล้ว ดีใจสุด ๆ ช่วงแรกที่มาถึงไทย คนเยอะมาก มีคนป่วย เด็ก ๆ ที่ป่วยก็เยอะ บางคนขาดน้ำ ขาดอาหารจนตายมีหลายศพ ยาก็ไม่พอรักษา หลังจากสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จฯ ทรงเยี่ยม พระราชทานโรงพยาบาลสนาม มีหมอ มียา มีคนมาช่วยเหลือ ก็เป็นคนของกาชาดทั้งหมดเลย ได้เห็นพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด จำได้ว่าใส่ชุดสีขาว สวยมาก พระองค์ท่านทรงพระดำเนินมาดูพวกเรา แล้วก็ทรงถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง” พระสุรเสียงที่ได้ยิน ภาพที่เห็นในวันนั้นประทับอยู่ในหัวใจจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยอด ไม่เคยอยาก อยู่ที่นี่มีคนสอนทอผ้า เย็บผ้า สอนทำอาชีพ ขอบคุณเมืองไทยที่ช่วยเหลือ อยากบอกว่าขอบคุณพระองค์ท่านมาก ที่ได้ช่วยเหลือผู้คนที่พระองค์ท่านไม่เคยรู้จักมาก่อน” อรุณ เล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณ
อันหาที่สุดมิได้และบังเกิดแต่ความซาบซึ้งใจยิ่ง

หลังจากการสู้รบสิ้นสุดลง นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ศูนย์อพยพบ้านเขาล้านกลายเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชานับแสนชีวิต ไม่ใช่เพียงการช่วยให้รอดชีวิต แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้คนได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง มีโรงเรียน โรงฝึกอาชีพ สอนทอผ้า เย็บผ้า เลี้ยงสัตว์ และการดูแลเด็กกำพร้า กระทั่งปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และมนุษยธรรม ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ลี้ภัยสงครามและความช่วยเหลือจากสภากาชาดไทย ผ่านพิพิธภัณฑ์ที่เต็มเปี่ยมด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ ที่สำคัญคือความปลื้มปีติและความทรงจำดี ๆ ของผู้คนที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

สมบูรณ์ ศิริเวช ผู้จัดการศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด กล่าวว่า นอกจากศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ป่าชายเลนและสัตว์ทะเล สำหรับนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เพื่อสืบสานพระเมตตาขององค์สภานายิกาสภากาชาดไทย โดย 47 ปีผ่านไป เรื่องราวที่เขาล้านกลายเป็นบันทึกหน้าประวัติศาสตร์สำหรับใครหลายคน และที่มากไปกว่านั้นยังเป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อผู้เคยเดินหนีความตายผ่านผืนป่าและเสียงปืน กระทั่งได้มาพบกับแสงสว่างแห่งชีวิต ณ ที่แห่งนี้ อันเป็นหลักฐานที่ประจักษ์แก่สายตาและหัวใจว่า สายธารแห่งพระเมตตาในครั้งนั้น ได้เปลี่ยนชะตาชีวิตของผู้คนกลุ่มหนึ่งไปตลอดกาล.