วันที่ 16 ส.ค. 69 เวลา 17.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดอาคารทศมบพิตร และทอดพระเนตรนิทรรศการนาวีเวชบริรักษ์ ใต้ร่มทศมบพิตร ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

การนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล และทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ “อาคารทศมบพิตร” อันเป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพระบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 10 และเพื่อรองรับการให้บริการรักษาแก่กำลังพลและประชาชนที่เดินทางมารับบริการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นโรงพยาบาลจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วยและยกระดับมาตรฐานการรักษา ตัวอาคารเป็นอาคารผู้ป่วยในความสูง 14 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 20,300 ตารางเมตร เพียบพร้อมด้วยระบบการให้บริการทางการแพทย์ สามารถรองรับเตียงผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น 228 เตียง แบ่งเป็นเตียงผู้ป่วยทั่วไป 184 เตียง และเตียงผู้ป่วยวิกฤตและกึ่งวิกฤต 44 เตียง ภายในอาคารได้รับการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระบบเพื่อการดูแลผู้ป่วยอายุรกรรมและโรคซับซ้อนโดยเฉพาะ พร้อมด้วยระบบสนับสนุนการรักษาพยาบาลอัจฉริยะ เพื่อให้ผู้รับบริการทุกท่านได้รับการดูแลรักษาด้วยมาตรฐานสูงสุด รวดเร็ว และปลอดภัย

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก และพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณ ตามลำดับ ทรงรับทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึก ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์

จากนั้นเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังอาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตรนิทรรศการนาวีเวชบริรักษ์ ใต้ร่มทศมบพิตร ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ และนำเสนอผลงานความก้าวหน้าครั้งสำคัญผ่าน 6 โซนจัดแสดงหลักประกอบด้วย โซนที่ 1 สายธารพระเมตตา สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงแผ่พระเมตตาธรรมปกเกล้าปกกระหม่อมปวงพสกนิกรตลอดมา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 80,000,000 บาท แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมการแพทย์ทหารเรือ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงการพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างต่อเนื่อง
โซนที่ 2 ทศมบพิตร นามพระราชทาน บอกเล่าความเป็นมาของอาคารทศมบพิตร อาคารผู้ป่วยใน 14 ชั้น นามพระราชทานอันเป็นสิริมงคลยิ่ง ที่มุ่งเน้นการยกระดับบริการทางการแพทย์ ลดความแออัด และเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงการรักษาพยาบาลมาตรฐานสากล อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพระราชหฤทัยห่วงใยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อสุขภาพพลานามัยของประชาชนทุกหมู่เหล่า
โซนที่ 3 การแพทย์เชิงยุทธวิธี จัดแสดงภารกิจการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ประสบภัยในภาวะวิกฤต การปฏิบัติการแพทย์สนาม การส่งกลับสายแพทย์ ตลอดจนนวัตกรรมฝีมือแพทย์ทหาร
โซนที่ 4 ศูนย์รักษาสายตาโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า นำเสนอความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยแสงเลเซอร์แผลขนาดเล็ก พร้อมโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงโอกาสในการมองเห็น
โซนที่ 5 ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง นำเสนอเทคโนโลยีห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง พร้อมการรักษาด้วยออกซิเจนความดันสูง ได้มาตรฐานสากลเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤตตลอด 24 ชั่วโมง
โซนที่ 6 หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด นวัตกรรมระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Hugo RAS จอภาพ 3 มิติ มีความละเอียดสูงและมีความแม่นยำสูงสุด ลดความเสี่ยงในการผ่าตัด ลดการสูญเสียเลือด ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความพร้อมของทีมแพทย์เฉพาะทางในการดูแลประชาชน ซึ่งนวัตกรรมนี้ เปิดให้บริการเป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม
โอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึกและทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้บริหารกองทัพเรือ ผู้มีอุปการคุณ ผู้บริหารกรมแพทย์ทหารเรือ และผู้บริหารโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตามลำดับ และเมื่อสมควรแก่เวลา เสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ