เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อติดตามกรณีได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการนำเอกสารประจำตัวของประชาชนไปใช้ในการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นหรือ “นอมินี” ให้กับกลุ่มทุนจีน ว่า จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีชาวบ้านมากกว่า 50 ราย ถูกนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไปใช้เพื่อจดทะเบียนบริษัท ก่อนมีการนำบริษัทไปขายหรือถ่ายโอนให้กับนายทุนจีน โดยบางกรณีเจ้าของเอกสารทราบเรื่อง ขณะที่บางรายระบุว่าไม่ทราบว่าเอกสารของตนถูกนำไปใช้ในลักษณะดังกล่าว
นายพลพีร์ จึงประสานการทำงานร่วมกันระหว่างชุดเฉพาะกิจ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และจังหวัดสกลนคร เพื่อสืบค้นและตรวจสอบเส้นทางการจดทะเบียนบริษัท รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว
นายพลพีร์ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานในจังหวัด พร้อมนัดหมายเจ้าของบ้านและประชาชนที่มีชื่อเกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลและแจ้งข้อเท็จจริง เพื่อแยกให้ชัดเจนระหว่างผู้เสียหายที่ถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่รู้ตัว กับผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ
“เรื่องนี้จะดำเนินการต่อ ไม่ว่าจะเป็นคนจีนที่เข้ามาใช้คนไทยเป็นตัวแทน หรือคนไทย บริษัทบัญชี และทนายความที่เอื้อประโยชน์สนับสนุนการกระทำผิด หากพบหลักฐานก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย” รมช.มหาดไทย กล่าว

ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครองอำเภอพรรณานิคม จ.สกลนคร นายพลพีร์ กล่าวมอบนโยบายต่อข้าราชการว่า ในช่วงระหว่างการลงพื้นที่ที่ อ.เกาะพะงัน และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อสัปดาห์ก่อน ตนได้รับรายงานว่า มีนายหน้าคนไทยนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนในพื้นที่ จ.สกลนคร ให้ชาวต่างชาติใช้จดทะเบียนบริษัทโดยที่เจ้าตัวรู้และไม่รู้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทุกหน่วยงานจะต้องมีการเฝ้าระวังมากขึ้น
จากการตรวจสอบพบความผิดปกติในการจดทะเบียนนิติบุคคลประเภทธุรกิจของคนต่างด้าวในพื้นที่ จ.สกลนคร รวม 49 บริษัท เป็นบริษัทจีน 100% จำนวน 35 บริษัท และบริษัทสัญชาติไทย 100% จำนวน 14 บริษัท รวม 4 อำเภอ โดยในส่วนของ อ.เมืองสกลนคร พบบ้าน 1 หลังคาเรือน จดทะเบียนบริษัท 1 บริษัท (สัญชาติจีน 100%) อ.สว่างแดนดิน พบบ้าน 3 หลังคาเรือน จดทะเบียน 14 บริษัท (สัญชาติไทย 100%) อ.ภูพาน พบบ้าน 1 หลังคาเรือน จดทะเบียน 1 บริษัท (สัญชาติจีน 100%) อ.โคกศรีสุพรรณ พบบ้าน 33 หลังคาเรือน จดทะเบียน 33 บริษัท (สัญชาติจีน 100%)
นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนได้ย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครแล้วว่า จริง ๆ แล้วไม่ได้มีเพียงแค่ 3-4 อำเภอที่เราเห็น เพราะวันนี้ ท่านพาณิชย์จังหวัดได้ตรวจพบว่า มีการจดทะเบียนข้ามเขตจากจังหวัดชลบุรี โดยระบุพื้นที่จังหวัดสกลนครเป็นพื้นที่ตั้งบริษัท ซึ่งต้องประสานรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ช่วยสังเกตและตรวจสอบทะเบียนร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ได้ช่วยกันตรวจสอบว่า ถ้ามีเหตุการณ์หรือสมการที่คล้ายคลึงกันนี้ จะต้องรีบรายงานและดำเนินการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจหรือผู้ที่เข้าร่วมหรือสถานที่ตั้งอาจจะเป็นธุรกิจผิดกฎหมายไปด้วย
“กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการอธิบดีกรมการปกครองว่า เรื่องพวกนี้จะต้องใช้กลไกกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และคนในพื้นที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนร่วมกับพาณิชย์จังหวัด ทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ และระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น ขอย้ำเตือนคนไทย บริษัทบัญชี บริษัททนายความที่เกี่ยวข้องอย่าทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง เพื่อสิ่งที่เป็นค่าจ้างในการอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติสามารถเปิดบริษัทได้อย่าทำเด็ดขาด วันนี้คนไทยต้องรักคนไทย อย่าไปเห็นกับเศษเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอเตือนบริษัททั้งหลายว่าเรารู้แล้วว่าคุณคือใคร และเจ้าหน้าที่รัฐจะตามไปทั้งหมด”
“วันนี้เรายังไม่พบเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องขอชื่นชมกระทรวงพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดสกลนคร ที่เป็นผู้เห็นพิรุธที่อยู่ในธุรกรรมการจดที่ตั้งบริษัทในพื้นที่ นำมาสู่การดำเนินการในครั้งนี้ และวันนี้มีประชาชนมาแจ้งขอความช่วยเหลือ มีทั้งผู้พิการส่วนหนึ่ง แล้วก็มีผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนมากเขาไม่รู้อยู่แล้วว่าธุรกรรมเหล่านี้มันทำอย่างไร แต่มันก็มีเอกสารมีเจ้าหน้าที่ธุรกรรมบริษัทต่าง ๆ มาขอให้รับรองสถานะ มีกรณีหนึ่ง มีการเอาของมาแจกที่หมู่บ้านให้เอาบัตรประชาชนไปสแกน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ภาครัฐทำอย่างแน่นอน ถามทางตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งสืบสวน” รมช.มหาดไทย กล่าว




