ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ มูลนิธิชัยพัฒนา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม นายสายัณต์ สิทธิโชคธรรม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี เป็นประธานในการสัมมนา “ส่งเสริมผู้ประกอบการสู่แนวทางการรับรองมาตรฐานคาร์บอนต่ำและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี โดยมีนายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และ ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.สมุทรสงคราม ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายภาพรวมด้านการท่องเที่ยวของ จ.สมุทรสงคราม
การสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของ จ.เพชรบุรีสู่การเป็น “เมืองไมซ์ซิตี้” (MICE City) ยกระดับศักยภาพด้านการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการสู่ระดับสากล ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการส่งเสริม “Low Carbon & Sustainable Tourism” หรือการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและยั่งยืน โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงการ “ปรับ-ลด-ชดเชย” การปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมผลักดันเข้าสู่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสามารถขอรับใบรับรอง (Certificate) เพื่อยืนยันมาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายสายัณต์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเน้นนำ ทุนทางวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตชุมชน มาเป็นจุดขาย สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้แก่สมาชิกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.เพชรบุรีและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ขยายฐานลูกค้า และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้ประกอบการจาก จ.เพชรบุรีประมาณ 50 คน เข้าร่วมสัมมนา เรียนรู้ และศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนใน จ.สมุทรสงคราม โดยมีโอกาสเยี่ยมชมโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ มูลนิธิชัยพัฒนา และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านบางพลับ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรเชิงอนุรักษ์และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงร่วมกิจกรรมผลไม้กลับชาติ โดยนายสมทรง แสงตะวัน ประธานศูนย์ชุมชนบ้านบางพลับ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้
การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวของ จ.เพชรบุรีและ จ.สมุทรสงคราม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวสองจังหวัดให้เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว



