วานนี้ (16 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการค้นพบฟอสซิลชิ้นส่วนสัตว์โบราณที่หาได้ยากมากบนชายหาดในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดยสองพ่อลูกจากเพนซิลเวเนียซึ่งอยู่ระหว่างท่องเที่ยวในช่วงพักร้อน

ไมเคิล บาวเออร์ส วัย 42 ปี และโบ ลูกชายวัย 11 ขวบ จากเมืองโมนองกาฮิลา รัฐเพนซิลเวเนีย พบฟอสซิลฟันของ “เมกะโลดอน” ฉลามดึกดำบรรพ์ขนาดมหึมาที่สูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 3.6 ล้านปี ระหว่างเดินเที่ยวที่ชายหาดซีไอส์ซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 

ไมเคิลเปิดเผยว่า “ผมมักจะเจออะไรแปลกๆ ในน้ำเสมอ แต่ต่อให้คิดอีกล้านปีก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาเจออะไรแบบนี้ ลูกชายผมถึงกับพูดไม่ออกเลยครับ”

ขณะที่สองพ่อลูกกำลังเดินเล่นไปตามแนวเขื่อนริมหาด พวกเขาก็สังเกตเห็นชิ้นฟันโบราณติดอยู่ในซอกหินแคบๆ แต่ไมเคิลไม่สามารถสอดมือเข้าไปหยิบได้เพราะมือเขาใหญ่เกินไป ต้องให้ โบ ลูกชายของเขาเป็นคนหยิบออกมา ไมเคิลกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “การค้นพบสิ่งนี้คือหนึ่งในรายการ ‘สิ่งที่ต้องทำก่อนตาย’ ของผมเลย เข่าผมถึงกับสั่นไปหมด”

หลังจากนั้น สองพ่อลูกได้นำสิ่งที่พบไปส่งยังศูนย์วิจัยและชมปลาวาฬเคปเมย์ ซึ่งได้รับการยืนยันในเวลาต่อมาว่า เป็นฟอสซิลของจริง โดย เมลิสซา ลอริโน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของศูนย์ฯ ระบุว่า ฟันซี่ดังกล่าวเป็นฟันของเมกะโลดอน ฉลามยักษ์สายพันธุ์อันน่าเกรงขามที่มีลำตัวยาวกว่า 18 เมตร เมื่อโตเต็มที่ แต่พวกมันสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 3.6 ล้านปีก่อน 

ด้าน เดนา อีเฮิร์ต ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์แห่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ ก็กล่าวเสริมว่า การพบฟอสซิลของสัตว์ร้ายยุคก่อนประวัติศาสตร์ชนิดนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก โดยก่อนหน้านี้ เคยมีการพบฟันเมกะโลดอนในรัฐนิวเจอร์ซีย์ไม่ถึง 5 ซี่

คณะนักวิจัยเชื่อว่า ฟอสซิลฟันซี่นี้น่าจะถูกดูดขึ้นมาจากใต้ทะเลระหว่างโครงการฟื้นฟูชายหาดของกองทัพบกสหรัฐ ซึ่งจะมีการดูดทรายจากที่อื่น เช่น นอกชายฝั่ง เพื่อนำมาเติมชายหาด เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Facebook/Cape May Whale Watch and Research Center, YouTube / CBS News