นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ สกาย เปิดเผยว่า  แผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง  สกาย กรุ๊ป เน้นการสร้างรากฐานขององค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจที่สร้างกำไร ผ่านการลงทุน และถือหุ้นในบริษัทที่มีศักยภาพ อาทิ บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน)  ที่ทำโครงการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 2.กลุ่มธุรกิจที่สร้างการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ  เอวิเอชัน เทค แอส อะ เซอร์วิส ในนาม สกาย ไอซีที ซึ่งเป็น ธุรกิจหลัก ในการสร้างรายได้เข้าสู่บริษัท และบริษัท เมทเธียร์ จำกัด ธุรกิจด้าน  สมาร์ท ฟาซิลิตี้ แมเนจเม้นท์ ที่เติบโตจากการรับงานทั้งในภาครัฐ และเอกชน และ 3.กลุ่มธุรกิจที่สร้างโอกาสแห่งอนาคต มุ่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เช่น บริษัท สกาย เอไอ จำกัด  ที่เดินหน้าเป็นผู้บุกเบิก  เอไอ เอเจนท์ อีโคโนมี่AI ให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง 69 ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หากคลี่คลายลงก็จะส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิง และต้นทุนการเดินทางปรับลดลงด้วย ขณะเดียวกัน สายการบินต่าง ๆ เริ่มมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจระยะสั้นด้วยการลดจำนวนเที่ยวบินลง แต่ปรับเพิ่มจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน ให้รองรับปริมาณผู้โดยสารต่อเที่ยวบินได้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนดำเนินงาน ประกอบกับประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วง  ไฮ ซีซั่น ของการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารต่างชาติหลั่งไหลเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ  คาดการณ์ว่า จำนวนผู้โดยสารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 5% ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบินของ สกาย ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า  สำหรับในช่วงไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย. 69) บริษัททำรายได้รวม 2,653 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 223 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกของปี 69 (ม.ค.-มิ.ย. 69) สกาย สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมทั้งหมด 5,442 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ขณะเดียวกัน สกาย กรุ๊ป ยังมีรายได้ที่รอรับรู้ในอนาคต (แบ็คล็อก) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 รวมกว่า 27,838 ล้านบาท จากโครงการที่กำลังเซ็นสัญญาใหม่ และงานที่รอส่งมอบ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้าสู่บริษัทอย่างต่อเนื่องไปอีก 7 ปี สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“แม้ช่วงไตรมาส 2 จะเผชิญกับความท้าทาย ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจนทำให้สายการบินต้องปรับลดความถี่ของเที่ยวบิน รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงในช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว แต่สกาย กรุ๊ป ยังรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคงด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงในการลงทุน และดูแลบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจ SKY เพิ่มขึ้น 162 ล้านบาท หรือ 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ((YoY) ซึ่งถือเป็น Positive Sign ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัท” นายสิทธิเดช กล่าว