เมื่อเวลา 05.20 น. วันที่ 18 ส.ค. 2569 ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารเสียหลักตกข้างทาง พลิกคว่ำจนเกิดเพลิงลุกไหม้วอดทั้งคัน เหตุเกิดบนถนนสี่เลน กาฬสินธุ์-มุกดาหาร บริเวณบ้านโคกล่าม หมู่ 10 ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เขตรอยต่อบ้านคุย อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงและกู้ชีพกู้ภัยเข้าระงับเหตุและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เป็นรถตู้โดยสารทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารสัญชาติ สปป.ลาว รวมคนขับ 14 ชีวิต เดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าที่ จ.มุกดาหาร เพื่อต่ออายุในอนุญาตและกลับประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนที่ผ่านมา กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงเช้าตรู่ รถได้เกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทางและเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว รุนแรงเสียหายทั้งคัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย

โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบัวขาว กู้ภัยสามขา และทีมกู้ชีพ ได้เร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บกระจายส่งรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยเป็นผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ 5 ราย, กู้ภัยบัวขาว นำส่ง 6 ราย, กู้ภัยสามขา นำส่ง 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ระบุเพศ

สอบถาม ผู้โดยสารชาว สปป.ลาว ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ผู้โดยสายที่เป็นชาว สปป.ลาว กำลังเดินทางเพื่อไปต่ออายุในอนุญาตที่ จ.มุกดาหาร และกลับประเทศ ช่วงระหว่างการเดินทาง ผู้โดยสารวัยรุ่นชายและหญิง 2 คนที่นั่งร่วมทางมา ได้หันมาบอกกับตน ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าบริเวณหลังคนขับว่า ให้ช่วยเตือนคนขับหน่อย เพราะรู้สึกว่ารถวิ่งเร็วเกินไป ประมาณ 140 ตนจึงได้เอ่ยปากบอกคนขับให้ช่วยลดความเร็วลง ซึ่งช่วงแรกคนขับก็ชะลอความเร็วลงตามที่บอก แต่พอผ่านไปสักพักก็กลับมาขับเร็วเหมือนเดิมอีก

นอกจากนี้ ตนยังสังเกตเห็นอาการผิดปกติของคนขับอย่างชัดเจน โดยคนขับมีอาการง่วงนอนตลอดเวลา นั่งโงกเงกสัปหงกขณะขับรถ และที่น่ากลัวคือคนขับใช้มือเพียงข้างเดียวจับพวงมาลัย ส่วนมืออีกข้างไม่ได้จับ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการจอดพักรถชั่วคราว แต่คนขับก็ไม่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ ตนกำลังจะเตือนคนขับเรื่องความเร็วอีกครั้ง แต่ก็ไม่ทันรถเสียหลักพุ่งลงข้างทางแล้ว

อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พร้อมเร่งสอบปากคำคนขับอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



