เมื่อวันที่ 18 ส.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีคำสั่งโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จำนวน 40 ตำแหน่งทั่วประเทศ เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการโยกย้าย ว่า ขณะนี้นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้รายงานข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เกิดขึ้นให้รับทราบแล้ว เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม ประเด็นที่ตนให้ความสำคัญคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารที่ได้รับคำสั่งย้าย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงใกล้เกษียณอายุราชการ ซึ่งบางรายอยู่ระหว่างการจัดทำผลงานเพื่อประเมินและขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ รวมถึงมีภาระและข้อจำกัดด้านเวลาและครอบครัว เช่น การดูแลบุพการี
“เรื่องไหนที่เราสามารถช่วยเหลือหรือเยียวยาได้ ก็จะดำเนินการให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องเสียสิทธิหรือเสียโอกาสในช่วงท้ายของการรับราชการ โดยขณะนี้เท่าที่ตรวจสอบก็มีการเยียวยาไปแล้วบางส่วน ส่วนที่มีประเด็นผอ.เขตพื้นที่รายหนึ่งได้ยื่นหนังสือลาออกนั้น เท่าที่ได้รับรายงานก็ไม่มีอะไร และไม่ได้ยื่นลาออกแล้ว เพราต้องการให้การขับเคลื่อนงานการศึกษาระดับพื้นที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโนชน์สูงสุด” นายประเสริฐ กล่าวและว่า สำหรับกรณีที่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับระยะเวลาในการจัดทำผลงานเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ หรือมีเหตุจำเป็นด้านการดูแลบุพการี ศธ.จะพิจารณาเป็นรายกรณี โดยยึดข้อเท็จจริงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด



