เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงการร่วมปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อจับกุมเครือข่ายทุจริตกรณีแจ้งย้ายที่อยู่คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเข้าทะเบียนบ้านในแฟลตดินแดง เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ทำบัตรครั้งแรก) ว่า กทม.ได้รับการประสานข้อมูลจากชุดปฏิบัติการคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) กรมการปกครอง ว่ามีเจ้าหน้าที่ของ กทม. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านทะเบียนในแฟลตที่พักแห่งหนึ่งในเขตดินแดง โดยพบข้อมูลการย้ายเข้าของบุคคลต่างด้าวที่ถือบัตรสีชมพู ซึ่งมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 7 ในจำนวนที่ผิดปกติ

เมื่อได้รับการประสานข้อมูล กทม. ได้รับทราบกำหนดการปฏิบัติการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้ผู้ว่าฯ กทม.ทราบเป็นระยะ โดยในขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รายใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงให้ตำรวจ กรมการปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการสืบสวนตามกระบวนการ พร้อมทั้งประสานนายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัด กทม. ซึ่งกำกับดูแลงานด้านการปกครองและทะเบียน เพื่อเตรียมความพร้อมและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
สำหรับเจ้าหน้าที่ กทม. ที่ถูกจับกุม 3 ราย จะต้องดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัย โดยคดีอาญาจะดำเนินการตามข้อกล่าวหาที่แจ้ง ส่วนการดำเนินการทางวินัยจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และระหว่างการดำเนินการจะพิจารณาคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามระเบียบ

ขณะเดียวกัน กทม. ได้สั่งการให้ตรวจสอบว่ามีพื้นที่หรือสำนักงานเขตอื่นที่มีลักษณะการดำเนินการผิดปกติในลักษณะเดียวกันหรือไม่ โดยเฉพาะข้อมูลการออกบัตรสีชมพูและการแจ้งย้ายเข้าของบุคคลจำนวนมากผิดปกติ ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.และปลัด กทม.จะหารือแนวทางดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อกำหนดขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของแต่ละพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดเป็นเพียงบางส่วน ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งหมดมีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน กทม.มีสำนักงานเขต 50 เขต ซึ่งเป็นหน่วยงานด่านหน้าที่ให้บริการประชาชนในเรื่องสำคัญตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ จนถึงเสียชีวิต โดยงานทะเบียนและการปกครองของกรุงเทพมหานครยึดกฎหมายและระเบียบของกรมการปกครองเป็นหลัก
สำหรับสำนักงานเขตที่พบข้อมูลหรือสัญญาณผิดปกติ กทม. จะไม่ใช้วิธีสุ่มตรวจ แต่จะดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก ทั้งข้อมูลการออกบัตรสีชมพู การแจ้งย้ายเข้า และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานกรมการปกครองทำงานควบคู่กัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้เกี่ยวข้องได้อย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ การตรวจสอบจะมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือมีข้อมูลผิดปกติ โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทุกเขต เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ยึดมั่นในกฎหมาย ระเบียบ และวินัย อย่างไรก็ตาม หากพบเจ้าหน้าที่รายใดรู้เห็นเป็นใจ ช่วยเหลือกัน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ กทม.จะดำเนินการอย่างเต็มที่และไม่ละเว้นอย่างแน่นอน
“สิ่งสำคัญคือการปรับทัศนคติและรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการให้บริการประชาชนและคนต่างด้าว จะต้องไม่ใช้วิธีการที่ง่ายหรือขาดความรอบคอบในกรณีที่อาจกระทบต่อความมั่นคงหรือสิทธิของประชาชน โดยอ้างเหตุผลเรื่องการอำนวยความสะดวก แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลและเอกสารอย่างรอบคอบก่อนอนุมัติ รวมถึงกำหนดขั้นตอนและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยให้ผู้อำนวยการเขตรับทราบและมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล” พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าว.



