เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน เข้าตรวจสอบจุดกระจายสินค้าแห่งหนึ่งย่านรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ หลังได้รับข้อมูลการลักลอบขนส่งผลิตภัณฑ์ยาแก้แพ้ปลอม ยี่ห้อ “ALLERGIN SYRUB (อเลอร์ยิ่น)”

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมา ผกก.สน.ปทุมวัน และ พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง รอง ผกก.สน.ปทุมวัน เข้าตรวจสอบรถกระบะตู้ทึบที่จอดอยู่บริเวณจุดกระจายสินค้า พบผลิตภัณฑ์ลักษณะเป็นขวดสีน้ำตาล ฉลากสีฟ้า ระบุชื่อ “ALLERGIN SYRUB (อเลอร์ยิ่น)” บรรจุในลังกระดาษพัสดุจำนวน 103 ลัง ประมาณ 20,000 ขวด อยู่ในสภาพเตรียมจัดส่งลงพื้นที่ภาคใต้ จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบและขยายผล

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลงานของสืบนครบาล โดยชุดสืบสวนได้ติดตามเส้นทางการกระจายสินค้าจนพบลอตใหญ่ดังกล่าว พร้อมทราบตัวผู้ขับขี่ที่นำผลิตภัณฑ์มาส่งแล้ว คือ นายสมเกียรติ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถส่งสินค้าให้บริษัทแห่งหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีและขยายผลไปยังต้นทาง รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็น ยาแก้แพ้ปลอม และมีข้อมูลว่าถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำกระท่อม 4×100 โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ตัวจริงเข้าตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นสินค้าปลอม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ.ยา เครื่องหมายการค้า และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจยังพบข้อมูลว่า การขนส่งลักษณะดังกล่าวดำเนินการมาแล้วประมาณ 1 เดือน โดยมีการส่งลงหลายจังหวัดในภาคใต้ และ จังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการส่งจำนวนมาก

ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ระบุว่า ล็อตที่ตรวจยึดครั้งนี้มีมากกว่า 20,000 ขวด ขณะที่หากมีการส่งวันละกว่า 10,000 ขวดต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน อาจมีปริมาณรวมสูงถึงประมาณ 300,000 ขวด ส่วนราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณขวดละ 70 บาท ทำให้ล็อต 20,000 ขวด มีมูลค่าประมาณ 1.4 ล้านบาท

ตำรวจฝากเตือนผู้ที่นำผลิตภัณฑ์ยาแก้แพ้ไปใช้แปรรูปหรือผสมกับน้ำกระท่อม 4×100 ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากของกลางที่ตรวจยึดเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค พร้อมเร่งขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะต้นทางและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการกระจายสินค้าลงพื้นที่ภาคใต้.