เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.พรรคประชาชน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา โดยนายกรุณพล กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่าปัญหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ขยะสารพิษต่างๆ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาดูหลายครั้งแต่ก็หายไป แถมยังตั้งค่าหัวแกนนำประชาชนที่เรียกร้องให้ภาครัฐแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในพื้นที่มีโรงงาน 5 แห่ง ในจำนวนนี้มี 4 แห่ง มีเจ้าของเป็นคนต่างชาติ จึงตั้งข้อสังเกตว่าทุนต่างชาติ หรือทุนขนาดใหญ่ที่เข้ามาสามารถใช้เงิน ใช้อำนาจนอกระบบปิดตาหน่วยงานภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ประชาชน

“ปราจีนบุรีทั้งจังหวัดใครแหลมขึ้นมา ใครร้องเรียนใครมีปัญหา อาจจะถูกขู่ฆ่าหรือถูกอุ้มไปทิ้งก็ได้ ซึ่งเราได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ชี้แจงว่าพยายามที่จะกั้นรถ พยายามที่จะตรวจสอบดูแล แต่สิ่งเหล่านี้จะมาตอนกลางคืน มาในพื้นที่ของปราจีนบุรีที่กว้างใหญ่ มีพื้นที่ที่ชาวบ้านขุดหน้าดินไปขายจนเกิดหลุมลึก ตรงนี้กลายเป็นพื้นที่ทิ้งขยะที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และทำให้ขยะสารพิษซึมลงสู่ใต้ดิน ประชาชนยังบอกอีกว่ามีรถบรรทุกมากกว่า 300 คัน ขนเศษสายไฟ หรือเศษขยะอุตสาหกรรมที่ย่อยละเอียดจนมองไม่ออกว่าเป็นดิน ขยะเหล่านี้มาทิ้งอยู่ใกล้ไร่ข้าวโพด”

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาลักลอบทิ้งกากสารพิษกากอุตสาหกรรมในพื้นที่สาธารณะไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก มีการจับกุมแต่ก็ปล่อยตัว และมีข่าวลือว่ารถขยะคันหนึ่งเป็นหลักแสนบาท ตม.ปราจีนบุรี พูดชัดเจนว่าอยากจะเข้าไปตรวจแรงงานเถื่อนในโรงงานเถื่อนแต่เข้าไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่จะเริ่มต้นใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจในโรงงาน ก็มีทนายจากทุนสีเทาฟ้องร้องกลับ

วิธีการแก้ปัญหาใน จ.ปราจีนบุรี เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นถึงทิศทางในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะเอา EEC เข้ามา ต้องเริ่มจากความกล้าหาญทางการเมือง ปราจีนบุรีเลือกพรรคภูมิใจไทยยกจังหวัดทั้ง 3 เขต นายกฯ ต้องประกาศเอาจริงเอาจังกับในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน แก้ปัญหาทุนเทา จึงขอให้แสดงให้เห็นด้วยได้หรือไม่ แค่เป็นลายเซ็น เป็นต้นเรื่อง เพราะระบบราชการต้องเดินด้วยงานเอกสาร และให้ส่วนราชการในพื้นที่กล้าหาญปฏิบัติงานในพื้นที่ได้

2.คือเรื่องความโปร่งใส โดยขอให้เร่งผลักดันร่างกฎหมาย PRTR เปิดเผยข้อมูลการขนย้ายสารเคมี กากมลพิษต่างๆ อย่างเร่งด่วนที่สุด และดำเนินคดีกับคนที่ผิดอย่างรวดเร็ว นำเครื่องมือเทคโนโลยีอย่างทราฟฟี่ ฟองดูว์ เข้าไปติดตามรับเรื่อง เป็นต้น ที่บอกว่ากำลังจะมีโครงการอาสาสมัครภาคอุตสาหกรรม เพื่อจะได้เป็นหูเป็นตาแทนนั้นอาจไม่ทัน แต่สิ่งที่สามารถทำได้เลยคือ บูรณาการกับจิสด้านำภาพถ่ายดาวเทียมมาซ้อนทับกับข้อมูลเชิงทะเบียน เพื่อดูว่าตั้งโรงงานโดยขออนุญาตหรือไม่ เชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ และข้อเสนอสุดท้าย คือการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการตรวจจับทุนเทา ไม่ว่าจากสรรพากร กรมโรงงาน ทะเบียนพาณิชย์ ก็พอจะเห็นรูปแบบว่าเป็นการจัดตั้งที่มีนอมินี หรือเป็นทุนเทาหรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาชนมีการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.โรงงาน เพิ่มโทษคนทำผิดและลดขั้นตอนการสืบสวนผู้กระทำความผิด ย้ำว่าผู้ก่อมลพิษควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ให้สังคมรับผิดชอบ หรือต้องใช้เงินภาษีของประชาชนลงไปเยียวยาแก้ไข จังหวัดปราจีนบุรียิ่งสีน้ำเงินมีความเข้มมากยิ่งขึ้น แล้วปัญหากากมลพิษ ปัญหาแรงงานเถื่อน โรงงานเถื่อนมันถูกแก้ไข เยียวยาให้เบาบางลง หรือเข้มข้นขึ้นตามสีน้ำเงินที่เข้มขึ้นเหมือนกันแน่

การที่ประชาชนออกมาคัดค้านไม่เอา EEC ในปราจีนบุรี ตนขอย้ำว่าไม่ได้คัดค้านความเจริญ อยากได้ความเจริญแต่ความเจริญต้องเริ่มต้นจากความเชื่อมั่น ว่าเมื่อนำเข้ามาแล้วปัญหาสิ่งแวดล้อมจะไม่ขยายตัวและถูกแก้ไขให้ดีขึ้น รวมถึงปัญหาแรงงานเถื่อน ที่ประชาชนคัดค้านเพราะขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐ.