เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ บก.ภ.จว.จันทบุรี นายวินัย พะลัยดำ อายุ 27 ปี ชาวบ้านที่ถูกลูกหลงจากเหตุการณ์ ตำรวจจราจร สภ.เมืองจันทบุรี ไล่ล่าจับคนร้ายคดียาเสพติดซิ่งกระบะหนีเข้าตลาดกลางตัวเมืองจันทบุรี ก่อนตำรวจตัดสินใจชักอาวุธปืนยิงล้อสกัด แต่กระสุนพลาดถูกขานายวินัยได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

โดยในวันนี้นายวินัย ได้เดินทางมาพร้อมกับภรรยา และครอบครัว มารอเข้าพบ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ที่ได้เดินทางมาร่วมประชุม และมอบนโยบาย ข้าราชการตำรวจในสังกัดในเรื่องมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ และอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในห้วงวันหยุดยาวปีใหม่ 2565 ต่อมาได้มีตำรวจฝ่ายประชาสัมพันธ์ สภ.จันทบุรี เข้ามาสอบถามรายละเอียดการขอเข้าพบของนายวินัย เหยื่อกระสุนและครอบครัว เพื่อที่จะแจ้งให้กับทาง ผบช.ภ.2 ได้รับทราบ

ด้าน น.ส.สุวิสา ประสมทรัพย์ อายุ 31 ปี ภรรยาของนายวินัย เปิดเผยว่า การที่ครอบครัวเดินทางมาขอเข้าพบกับทาง ผบช.ภ.2 ในครั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าและทวงถามเรื่องการชดเชยเยียวยาความเสียหาย ที่ครอบครัวสมควรจะได้รับจากการปฏิบัติงานเกินกว่าเหตุของทางตำรวจ ซึ่งภายหลังจากนับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุทางตำรวจได้มีโอนเงินเยียวยามาให้ครอบครัวเพียง 35,000 บาท และจัดรถมารับส่งไปล้างแผล ซึ่งเงินที่ได้มาไม่เพียงพอต่อรายจ่ายของครอบครัว เนื่องจากสามีที่อยู่ในอาการบาดเจ็บยังไม่สามารถทำงานขับรถ หรือไปขายข้าวเกรียบปากหม้อได้ และตนเองต้องคอยอยู่ดูแลสามีพร้อมลูกสาวฝาแฝด ทำให้ต้องขาดรายได้

“จากการที่ทางครอบครัวได้เสนอเจรจาขอเพิ่มจำนวนเงินเยียวยาจากเดิม 35,000 บาท เพิ่มขึ้นอีก 65,000 บาท รวมเป็น 100,000 บาท ซึ่งทางตำรวจได้ตกลง แต่ไม่ได้มีวันเวลาที่กำหนด เมื่อทางครอบครัวทวงถาม ได้คำตอบเพียงว่าติดอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเยียวยา ในวันนี้จึงได้เดินทางมาเข้าพบกับ ผบช.ภ.2 เพื่อขอความชัดเจนเท่านั้น” น.ส.สุวิสา กล่าว

มีรายงานว่า ภายหลังจากที่ ผบช.ภ.2 ร่วมประชุมมอบนโยบายข้าราชการตำรวจเสร็จสิ้น ได้รีบเดินลงจากห้องประชุมผ่านครอบครัวผู้เสียหายที่นั่งรออยู่บริเวณชั้นล่าง รีบขึ้นรถเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อทันที โดยไม่ได้หยุดพูดคุยสอบถามแต่อย่างไร

ต่อมาได้มี พ.ต.อ.กัมพล ลีลาประภากร รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี เดินเข้ามาสอบถามนายวินัย และครอบครัว พร้อมกับชี้แจงว่า เรื่องที่จะมาเข้าพบทาง ผบช.ภ.2 ได้รับทราบแล้ว พร้อมทั้งได้เน้นกำชับในที่ประชุมให้กับตำรวจต้นสังกัดเร่งรัดดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด



