นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ดีอีได้เดินนหน้า ขยายระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (จีดีซีซี ) เพื่อพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยปัจจุบันคลาวด์กลาง จีดีซีซี ให้บริการรองรับโครงการสำคัญของภาครัฐในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการเกษตร การสาธารณสุข การศึกษา การวิจัยและพัฒนา และอื่น ๆ รวมกว่า 4,000 ระบบงาน รวมถึงระบบงานใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างระบบงานภาครัฐของประเทศเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในเชิงโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับในปี 70  และช่วยประหยัดงบประมาณจากการจัดซื้อแบบรวมศูนย์ ไม่น้อยกว่า 30% คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,134 ล้านบาท

“เป้าหมายที่ท้าทายในระยะต่อไปของ  จีดีซีซี คือการยกระดับการทำงานบนคลาวด์ได้อย่างสมบูรณ์และเน้นการเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันมากยิ่งขึ้น โดยแนวทางหลักในการพัฒนาคลาวด์กลาง นั้น ทางงกระทรวงดีอี ได้มุ่งเน้น เนชันแนล คลาวด์ โดยรูปแบบการจัดหาแบบรวมศูนย์ซึ่งตอบโจทย์การใช้จ่ายงบประมาณด้านดิจิทัลของภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมการกำหนดกรอบและแนวทางการจัดการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเป้าหมายสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบในการตอบสนองยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล”

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า การขยายความร่วมมือพันธมิตร เป็นการยกระดับภาพรวมของคลาวด์กลาง จีดีซีซีเป็นระบบนิเวศคลาวด์กลางภาครัฐขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และขยายศักยภาพในทุกมิติ รองรับแนวโน้มการเติบโตของข้อมูลภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น และโครงสร้างพื้นฐาน จีพียู ที่แข็งแกร่งเพื่อการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ บิ๊กดาต้า เพื่อเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพของภาครัฐในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น รองรับการพัฒนาบริการที่เร่งด่วนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการออกแบบและสร้างนวัตกรรมบริการใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับประชาชน

ด้าน นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวว่า สำหรับแนวทางบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล National Cloud ให้ความสำคัญสูงสุด ในด้านความปลอดภัยของการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลภาครัฐ ซึ่งระบบคลาวด์ GDCC นอกจากมีโครงสร้าง ทางกายภาพที่แข็งแกร่งพร้อมระบบ Cyber Security มาตรฐานสากล ในการเป็นโครงสร้างข้อมูลภาครัฐที่มั่นคงปลอดภัยของประเทศ สามารถปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ปัจจุบันเพิ่มความซับซ้อนรุนแรงมากขึ้น GDCC ยังเน้นการรักษาแนวปฏิบัติที่เข้มงวดตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ.2567 ของ สกมช. ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้  

“นอกจากนี้ ภายในงาน GOV Cloud 2026 ยังมีกิจกรรมการมอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลงานการพัฒนาระบบงานบริการดิจิทัลบนคลาวด์กลาง GDCC ซึ่งสามารถยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยคัดเลือกจากหน่วยงานทั่วประเทศ จำนวน 18 โครงการ และการใช้ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Office จำนวน 11 โครงการ เพื่อเป็นต้นแบบในการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ให้สามารถใช้งานคลาวด์เชิงบูรณาการการพัฒนางานบริการภาครัฐ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานภาครัฐที่สามารถนำบริการ GDCC ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบงานหรือบริการที่มีความโดดเด่น ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมทั้งเป็นต้นแบบให้หน่วยงานภาครัฐอื่น เห็นถึงโอกาสในการนำเทคโนโลยีคลาวด์ไปต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ โดยโครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนางานภาครัฐบนคลาวด์ GDCC อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นเครื่องชี้วัดความก้าวหน้าที่สำคัญของรัฐบาลดิจิทัลอีกด้วย” นายเวทางค์ฯ กล่าวทิ้งท้าย