เมื่อวันที่ 21 ส.ค. รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้กรณี ถ้ามีรอยพับบริเวณติ่งหู จะเสี่ยงเป็นโรคหัวใจจริงหรือไม่ โดยระบุว่า ถ้ามีรอยพับที่ติ่งหู จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ จริงหรือ?
มีคำถามมาในแชตว่า ตอนนี้เห็นทั้งคลิปติ๊กต็อก ทั้งเพจคุณหมอต่างๆ โพสต์เกี่ยวกับเรื่อง คนไหน “มีรอยพับ” ที่ใบหู ตรงบริเวณติ่งหู จะแสดงว่าคนๆ นั้น มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ!? อันนี้จริงเหรอคะอาจารย์?
ลักษณะรอยพับที่เห็นนี้ มีชื่อเรียกว่า “Frank’s Sign (สัญญาณของ แฟรงค์)” หรืออีกชื่อคือ Diagonal Earlobe Crease (รอยพับเฉียงที่ติ่งหู) หรือย่อว่า DELC
ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้น พบว่า รอย Frank’s Sign นี้ มีความสัมพันธ์กับ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว จริงครับ
สาเหตุที่รอยพับที่ติ่งหูนี้ ถูกเรียกว่า Frank’s sign ก็เพราะตั้งชื่อตาม นพ. Sanders T. Frank ซึ่งสังเกตเห็นรอยพับนี้ ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอก (Angina) จำนวน 20 ราย
หลังจากที่มีการค้นพบเป็นครั้งแรก ในกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ก็ได้มีการศึกษาในสเกลที่ใหญ่ขึ้นตามมา ซึ่งพบ “รอยพับทแยงที่ติ่งหู (DELC – Diagonal Earlobe Crease)” นี้ ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ, รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง
และมีรายงานว่า จากประสบการณ์ทางคลินิกของแพทย์ รอยพับ Frank’s sign นี้ มักจะพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มารับบริการทางอายุรกรรมหัวใจ ซึ่งเคยผ่านการผ่าตัดทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจมาก่อน (อาจจะลองสังเกตกันเองก็ได้ ถ้ามีโอกาสไปวอร์ดผู้ป่วยโรคหัวใจ)
และจากการศึกษาก็พบความเชื่อมโยงระหว่าง DELC กับการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ในกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณากลับข้างกัน ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า คนที่มีรอย DELC เช่นนี้ แต่ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดขั้นรุนแรงหรือไม่?
เป็นที่น่าสังเกตว่า ความเชื่อมโยงเหล่านี้ก็ไม่ได้ปรากฏให้เห็นชัดเจนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ในขณะที่บางการศึกษากลับชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมโยงกับโรคหลอดเลือดใดๆ นั้น ไม่ได้มีนัยสำคัญทางสถิติ
ส่วนสาเหตุที่เกิดรอยพับดังกล่าว ก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด รายงานบางฉบับชี้ว่า เกิดจากโรคหลอดเลือดฝอย (Micro-vascular disease) บริเวณกึ่งกลางติ่งหู ซึ่งเป็นบริเวณปลายสุดของหลอดเลือดแดง
รายงานอื่นๆ ระบุถึงความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere) ที่สั้นลงในกลุ่มผู้ป่วยชาวญี่ปุ่น ที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม ซึ่งเป็นกลไกที่ส่งเสริมความชราโดยทั่วไป และนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
ปัจจุบัน มีการจัดระดับ สำหรับอาการ DELC นี้ โดยอิงจากความยาว ความลึก การเกิดทั้งสองข้าง และความลาดเอียง กล่าวคือ
- ถ้าเกิดข้างเดียว แบบไม่สมบูรณ์ (Unilateral incomplete) – รุนแรงน้อยที่สุด
- ถ้าเกิดข้างเดียว แบบสมบูรณ์ (Unilateral complete) – รุนแรงปานกลาง
- ถ้าเกิดทั้งสองข้าง แบบสมบูรณ์ (Bilateral complete) – รุนแรงที่สุด
แต่การจัดจำแนกนี้ ไม่ได้แปลว่า มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์ทางโรคหัวใจและหลอดเลือด
แถมท้ายว่า แม้แต่บุคคลที่มีชื่อเสียง ก็ถูกพบว่า มีอาการ DELC เกิดขึ้น เช่น จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และ สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง



