เมื่อวันที่ 21 ส.ค. จากวิกฤติอุทกภัยใน อ.ปัว จ.น่าน ยังน่าเป็นห่วง หลังชาวบ้านใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ภูคา ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร รวม 14 หมู่บ้าน 1,466 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 4,000 คน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นวันที่ 3 เนื่องจากน้ำป่าซัดสะพานฝายจ้าวพังเสียหายทั้งหมด ขณะที่ดินสไลด์บริเวณโค้งห้วยเย็น ต.ศิลาแลง ทำให้ถนนทรุดขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้
ล่าสุดสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น หลายครอบครัวต้องเดินเท้าฝ่าเส้นทางที่เสียหายออกมาหาซื้อเสบียง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่มีนัดรักษา ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ สร้างความกังวลอย่างมาก

ขณะที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และ อบต.ภูคา ยังคงเร่งประสานทุกหน่วยงานเพื่อส่งความช่วยเหลือ แม้การเข้าถึงพื้นที่จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ด้าน นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์ฝนเริ่มคลี่คลาย ได้เร่งระดมกำลังทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นการด่วน โดยให้ความสำคัญกับการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ที่ต้องใช้เส้นทางอ้อมไปทาง อ.สันติสุข เพื่อนำอาหาร น้ำดื่มให้ชาวบ้าน และการช่วยเหลือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงเป็นลำดับแรก

ขณะที่ พ.อ.ปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง นำกำลังพลเข้าพื้นที่เพื่อร่วมวางแผนและเป็นกำลังเสริมช่วยเหลือประชาชน
ส่วนแขวงทางหลวงน่านที่ 2 ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) กรมทางหลวง ได้ลำเลียงชิ้นส่วน สะพานเบลีย์ ขึ้นสู่พื้นที่ดอยภูคา เพื่อเร่งก่อสร้างสะพานชั่วคราว หวังเปิดเส้นทางและคลี่คลายวิกฤติของชาวบ้านที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน.



