ร้อนแรงไม่ใช่เล่นทีเดียวสำหรับดราม่าบนโลกออนไลน์มาพักใหญ่สำหรับกรณีข่าวลือนางเอกยุค 90 เปิดศึกชิงสามีนักธุรกิจหมื่นล้าน ซึ่งกำลังป่วยเพื่อให้ได้สิทธิ์การดูแล งานนี้คนโยงหนักมากว่าคือ จอย หทัยทิพย์ สีสังข์ หรือ จอย บียอนด์ นักร้องดัง โดยล่าสุดวันนี้ 21 ส.ค. จอยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายที่ โรงแรม Mida Hotel Don Mueang Airport โดยจอยเผยแบบหมดเปลือกว่า

จอย เผยว่า “ถามว่าเรื่องทรัพย์สินของท่าน มันมีส่วนที่ทำให้เกิดวันนี้ จอยพูดได้แค่ว่า อันนี้ให้เป็นหน้าที่ของทุกคนคิด จอยไม่กล้าคิด แล้วก็ไม่กล้าจะพูดออกไป เพราะว่าไม่รู้ในใจเขาอาจจะรักมากกว่าเรา หรือมีแบบแผนอะไรไม่ทราบเลยในเจตนา อันเนี้ยต้องไปให้ทุกท่านคิดเอง จอยไม่กล้าคิด ก่อนหน้านี้ ปกติก็จะเป็นวันเกิด วันครบรอบที่เมืองนอกกัน ให้อะไรที่เป็นตามแบบทั่วไปบ้าง เป็นจิวเวลรี่บ้าง อะไรบ้าง เขาดูแลดี แต่ถ้าเป็นเรื่องสมบัติมาอย่างที่บอกเลยค่ะ ก็ถ้ามีเนี่ย จอยคงทำไปตั้งแต่ปีที่แรกๆ หลงๆ แล้วแหละ หลงๆ เรา แต่ขอเขานานแล้ว เพราะว่าไม่มีใคร ทุกคนก็จะบอกว่าไม่มีใครที่ทำอะไรละหลวมแบบจอยหรอก เขาคงรัดกุมตรงนั้นตรงนี้ตรงนั้นไปแล้ว แต่เราแค่มีเงินเดือนพอเลี้ยงพ่อแม่เราก็ดีใจแล้ว ไม่งั้นจอยรวยไปแล้ว เรื่องหน้าที่ภรรยาที่ผ่านมาสำหรับจอยเรามั่นใจว่าไม่บกพร่องนะ ตั้งแต่แต่งตัว ทานข้าว จนเข้านอน จอยคิดว่าไม่มีค่ะ ตอนนี้จอยอยากจะดูแลท่านให้ดีกว่านี้ หนูว่าเรื่องอื่นๆ มันเป็นเรื่องที่มันตามมาได้ มันไม่ใช่เรื่องเป็นเมน แต่ว่าเวลาที่หนูเห็นเขาแต่งตัวหรืออยู่ในลักษณะเนี้ย จอยคิดว่าน่าจะดีกว่านี้ เพราะว่าตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกันเขาจะมีความสุขมาก ๆ แล้วเขาก็เป็นคนที่แต่งแบรนด์เนม แต่งหล่อเลย ตอนนี้มันเหมือนผู้ชายคนนึงอายุเยอะๆ ทั่วๆ ไป ตอนนี้ท่านก็อายุประมาณใกล้ 80 แล้วมั้งคะ ใกล้แล้ว”

“ที่วันนี้มีทนายมาด้วย เรื่องการฟ้องร้องหรือว่าสิทธิ์ในการดูแลท่านคือตอนนี้ยังไม่ได้ไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นนะ แต่ตอนนี้คือขอให้หนูได้ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป หนูพร้อมแล้ว หนูก็มีเวลาพอ ไม่มีอะไรที่ไม่มีเวลา เพราะว่าในอาทิตย์นึงที่หนูอยู่กับเขานี่ หนูจะเอาเวลาว่างที่ไปเล่นละคร ละครตอนสั้น MV ต้องวันเดียวจบ หรืองานรีวิวมันก็จะแค่สั้นๆ เพราะว่าเรารู้ว่าหน้าที่เราคืออะไร มันเลยไม่มีผลงานต่อเนื่อง เพราะว่าทุกท่านอาจจะมองว่าอาจจะไม่คุ้นหน้าจอย เพราะว่าพอจะเป็นนางเอกเสร็จก็เป็นแฟนเขาเลย เพราะฉะนั้นจะเอาเวลาที่เหลือๆ มาทำงาน มันไม่ใช่ว่าเราจะทำได้ตลอดเวลา หรือในบทที่เราจะเล่นเนี่ย อยากจะเล่นอันที่มันกอดจูบหนูก็ต้องคิดว่ากระเทือนเขามั้ย มันทำให้เราทำอะไรไม่ได้เต็มที่ขนาดนั้น แล้วเราก็ไม่สามารถใช้เวลาแบบยาวๆ ได้ ไปต่างจังหวัดได้ แต่หนูก็แต่ก็ยึดในเรื่องของเเป็นหลักอะไร”

“ถามว่าที่ผ่านมาตลอดชีวิตในวงการนี้ คือคนบอกว่าเป็นภรรยาเจ้าสัว คำนี้ จอยก็กลัวว่าคนอื่นเขาจะคิดอย่างงั้น มันทำให้เราใช้ชีวิตมันลำบากขึ้น จอยก็เลือกที่จะไม่บอกใคร มันก็จะได้รู้สึกเหมือนเราเท่ากัน เราสบายๆ จะได้ไม่เป็นจุดสนใจ ไม่ได้คิดกอบโกย แต่ว่าเขาจะคิดต่าง ๆ นานาว่าเราจะเป็นไอ้นั่น จะเป็นไอ้นี่ เหมือนเขานินทาเรา แต่ว่าเขาจะนินทาจะเป็น 1 เป็น 2 จะปล่อยให้เขานินทาเพื่อความสบายใจของสามีเรา แต่ ณ วันนี้มันต้อง ต้องบอก ก็คือต้องบอก บางคนก็คิดไปต่าง ๆ นานา ว่าเราเป็นอะไรต่ออะไร พอมีข่าวมีทางฝ่ายนั้นติดต่อมาบ้าง แต่ไม่ได้มากับตัวจอยโดยตรง จากทางอื่นแล้วเขาก็มาบอก แต่ว่าตรงนี้จะว่าน่าจะเป็นเรื่องของการคุยกับทนายดีกว่านะ เพราะว่าตอนนี้เราพยายามจะคุยกับเขาแล้วเขาไม่คุยกับจอยเลยอ่ะ แล้วก็ไม่อยากจะเข้าไปทะเลาะกันหรืออะไรอย่างงี้ ก็ส่วนจะคุยต่อไปหรือจะติดต่อมั้ย อันเนี้ยเดี๋ยวต้องต้องรอดู เพราะว่าแค่อยากเจอท่านแล้วอยากให้สบายใจ สิ่งไหนที่เขาชอบสิ่งไหนที่เขาทำคืออยากให้ทำไปเลย เขาทำงานมาขนาดเนี้ย ทำไมต้องไปจำกัดความสุข ในความรู้สึกเรามันน่าจะทำอะไรได้เต็มที่”

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ตามสิทธิ์กฎหมายแล้ว ระหว่างกับสามีภรรยาที่อยู่กัน 30 ปีแต่ไม่มีทะเบียนสมรส กับหลานทางสายเลือด ใครจะเป็นสิทธิ์อันดับแรกได้เข้ามาดูแล?

ทนาย เผยว่า “อันนี้ผมขอเลี่ยงให้ความเห็นทางด้านกฎหมายนะครับ แต่ละคนความเป็นเครือญาติต้องดูแลกันในฐานะที่เป็นวัฒนธรรมของสังคมไทย เขาก็เป็นภรรยาคนหนึ่ง ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องดูแลกัน ว่าสามีภรรยาจะต้องมีหน้าที่ดูแลกัน เพราะฉะนั้นคนที่ได้รับการดูแลจะได้รับประโยชน์มากที่สุดนะ ถ้าภรรยาก็ได้ดูแล ส่วนเขาเห็นว่าทางท่านผู้ใหญ่คนนี้เป็นคนที่มีบุญคุณกับเขา เขาอยากดูแลด้วย คนที่รับประโยชน์มากสุดก็คือท่านผู้ใหญ่นี่แหละครับ (อยากให้แชร์กัน?) ไม่ควรที่จะกีดกัน เพราะว่าการดำเนินการเหล่านี้ คนที่เสียประโยชน์ไปก็คือท่านผู้ใหญ่ ทุกวันนี้สามารถดูแลได้อยู่แล้วครับผม ก็ดูแลกันมาตลอด การทำหน้าที่การดูแลของแต่ละคน อาจจะมองเห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่ง หรือว่าใครก็แล้วแต่ที่จะดูแลอยู่ปัจจุบัน อาจจะมองว่ายังดูแลได้ไม่ได้เต็มที่ แต่ทางนี้ก็มองว่าเขสสามารถดูแลได้ดีกว่านั้น เพราะฉะนั้นควรให้โอกาสทางคุณจอยไม่ควรที่จะมากีดกันครับผม ถามว่าญาติสามารถร้องขอเป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินการใดๆ แทนผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้มั้ยคือตรงนั้นมันต้องไปพิสูจน์กันไงว่าถึงขณะที่มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนไร้ความสามารถ หรือว่าคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือว่าจะแต่งตั้งผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล ศาลจะต้องเป็นคนพิจารณาครับเรื่องนั้น”

จอย เล่าต่อว่า “ตอนนี้ได้ออกมาบอกว่าเราได้เป็นภรรยาเจ้าสัว ความลับที่เราเก็บเอาไว้ มันโล่งใจมั้ย จุดนี้ก็เผื่อมีใครเข้าใจผิดที่ปิดลับๆ มา อย่างน้อยหนูก็สบายใจที่หนูไม่ได้ทำผิดกฎอะไรของใครนะ ก็เพียงแต่ว่าในตอนนั้นมันเป็นเรื่องของไม่ได้เหมือนโซเชียลตอนนี้ มันก็อาจจะเรื่องปกปิด แล้วหนูอ่ะเพิ่งอายุ 20 กว่า ฉันมีสามีแล้วอะไรอย่างงี้ มันก็ยังไม่นั่น แต่ตอนนี้เราก็แก่แล้ว เราก็อาจจะบอกได้อะไรอย่างงี้ค่ะ แต่ว่าถ้ามันไม่ได้มีปัญหาตรงนี้ก็คิดว่าคงไม่ได้มานั่งบอกตรงนี้หรอก ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาท่านเจ้าสัวเคยให้แบบเป็นเงินเดือนปกติก็อยู่แล้ว สามีต้องให้อยู่แล้ว แต่จอยไม่อยากได้เป็นเงินเดือน จะบอกว่ารวมไปเลยปีนึงเลย เพราะเวลาก้อนนึงเราสามารถเอาไปให้ครอบครัวได้ไง เราก็ประหยัดเอา เราก็บริหารให้เป็นปี จอยบอกเขาเองว่าจะขอเป็นปี พอเวลาเป็นเดือนแล้วมันน้อยใช่มั้ย มันใช้หมดแล้ มันเหมือนก็ไปซื้ออะไรใหญ่ๆไม่ได้ จอยก็บอกเขา พอมารวมเป็นก้อนใหญ่แล้วโดนตัดชึบเลยอ่ะ ก็ปีนี้ก็โดนตัดไปแล้ว ตัดไปก็ 2 ครั้ง เงินส่วนนี้ โดนตัดพร้อมกับไม่ต้องเข้าบ้านนั่นแหละ เหมือนเราแบบไปทำงานสักที่นึงแล้วก็บอกว่าตกลงโดนไล่ออกนะ ประมาณนั้นน่ะ มันช็อกที่ว่าวันเนี้ยเป็นวันที่ไม่ได้เจอเขาแล้ว 30 ปีมันเป็นเวลาที่มันเข้าไปอยู่ในเส้นเลือดแล้วแหละ แล้วเรียกว่ามันกึ่งจะบ้า กึ่งเสียใจ หรือน้ำตามันตกข้างใน แล้วหนูต้องทำอะไรต่อ ยังไงดี มันรวบรวมหลายๆ เหตุผลอยู่ในใจของเรา แต่บางครั้งเราต้องไปร้องเพลงเพื่อสนุก หนูไม่รู้จะไปอธิบายให้ใครฟัง เพราะว่าตลอดระยะเวลาไม่เคยเล่าให้เพื่อนคนไหนฟัง ก็เลยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเล่าให้ใครฟัง”

“สุดท้ายอยากบอกสามีว่าหนูก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีความรัก แล้วก็อยากให้ความรักสมหวังตลอดไป อย่างที่เราเริ่มต้นในการรักกัน สงสารหนูเถอะ ถ้าเกิดว่าคุณคนนั้นมีครอบครัวแล้วต้องตกอยู่ในสภาพแบบหน หนูขอความกรุณาให้หนูได้เจอเขา อย่าทำแบบนี้กับหนูเลยนะ อย่างน้อยหนูเป็นผู้หญิงที่ไม่มีพิษมีภัย ไม่มีการจะเข้าไปทำร้ายอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ขอทำหน้าที่เหมือนกับที่หนูปกปิดมาเป็นเวลานาน ให้ท่านมีความสุขก่อนท่านเป็นอะไรไปตามสัญญา หนูก็พอใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ”