บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักในงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Voice of Belief” by i-Motor พร้อมการปรากฏตัวของ “ทราย สมุทร” ที่ได้ออกมาเปิดใจผ่านสื่อมวลชนถึงก้าวสำคัญในชีวิตรับวัย 30 ปีบริบูรณ์ การเริ่มต้นใหม่โดยตัดสินใจเปลี่ยนนามสกุลเพื่อเป็นต้นตระกูลใหม่ ตลอดจนความคืบหน้ากรณีโดนแอบถ่ายในห้องน้ำสาธารณะ

“ทราย สมุทร” เผยว่า “ดีใจมากที่วันเกิดเราเป็นวันที่เราสามารถทำงานและก็เลี้ยงตัวเองได้ พึ่งพาความสามารถของตัวเองครับ เป็นปีที่ดีมากสำหรับทราย ทรายสัญญากับตัวเองตั้งแต่ปีที่แล้วนะว่าก่อนที่จะถึงอายุ 30 ขอให้ใช้ชีวิตโดยไม่มีน้ำหนักจากอดีตแล้วครับ ซึ่งตอนทรายตื่นขึ้นมาเมื่อเช้าหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ทรายได้แล้วครับ ทรายมีแต่ความสุขในเรื่องนี้ครับ”

“อยากบอกตัวเองว่าภูมิใจในทุกอย่างที่ได้ทำเพื่อความอิสระของตัวเองนะครับ เพื่อความจริงแล้วก็เพื่อความถูกต้อง ขอให้ตัวเองสุขภาพดี  ทำงานให้ประเทศให้เต็มที่ แล้วก็มีพันธมิตรแล้วมีเพื่อนที่ดีแล้วมีสุขภาพที่ดี หน้าตาหล่อๆ แล้วก็มีอยู่แล้ว อิสระ แล้วก็ทำทุกอย่างที่ตั้งใจทำครับ ของขวัญให้ตัวเองในปีนี้ คิดว่าการที่ใช้ชีวิตอิสระนั่นคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ”

“ความรู้สึกที่ได้เห็นคลิปวัยเด็ก ทรายไม่ได้รู้ว่ามีสิ่งนี้ด้วยซ้ำแต่แฟนคลับจากเวียดนามไปเจอครับ มันคือของขวัญสำหรับเราเพราะว่าวัยเด็กของเรา มันมีแต่ความทุกข์ไง ตอนเราเห็น อย่างน้อยเรารู้สึกมีความสุขว่าสิ่งที่มันตกหล่นกับเวลาอย่างน้อยมันมีคลิปมันมีความอบอุ่นที่อยู่ในคลิปของคุณตาคุณยายที่เรายังสัมผัสได้อยู่ครับ เราไม่อยากให้ความโหดร้ายของสิ่งที่เราเจอ เป็นขอบเขตให้กับความรักที่เรามีต่อคนอื่นครับ เลยคิดว่าโพสต์เพื่อปลดปล่อยและให้ตัวเองอิสระจากเรื่องอดีตครับ”

“เราใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อหาคำตอบว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า มันเคยมีหรือเปล่า แล้ววันนั้นเราก็ได้คำตอบว่ามันเคยเลยมีแล้วความรักแค่นั้น มันก็พอครับ เพราะว่าอย่างน้อยมันได้เกิดขึ้นครั้งหนึ่งครับ ตอนนี้สถานะทางครอบครัวไม่มีแอ๊คชั่นใดๆ จากใครทั้งสิ้นแล้ว ทรายไม่ได้รออะไรแล้วครับ เลี้ยงตัวเองได้แล้ว วันนี้ทรายได้สู้เต็มที่สุดกำลังของทรายแล้ว”

ทราย สมุทร เผยต่อว่า “ตอนนี้ใช้ชื่อ คือทราย สมุทร ไม่ใช่สก็อต ไม่ใช่ภิรมย์ภักดี ในเอกสารราชการเดี๋ยวจะไปเปลี่ยนแล้วครับ ก็คือตั้งเป็นชื่อมันก็จะเปลี่ยนเป็นนามสกุลสมุทรครับ จะขอเป็นต้นตระกูลคนแรกเลย ตระกูลใหม่ ตระกูลสมุทรครับ”

“เหตุการณ์ที่โดนแอบถ่ายมีคนในทีมส่งมาให้ว่ามันกำลังมีคนแชร์อยู่ รู้สึกโดนคุกคาม และทรายก็ได้เห็นคอมเมนต์บางคนที่หาว่าเราตั้งกล้องถ่ายเองหรือหาความสนใจ การที่ทรายทำในการแชร์นั้นคือการเอาอำนาจจากเค้าในการที่เขาคุกคามเราดึงกลับมาแล้วก็ทำเป็นบทเรียนให้กับคนอื่น เมื่อเราเงียบ เราจะปล่อยให้คนพวกนี้มีพื้นที่ทำแบบนั้นต่อ สิ่งที่ทรายทำในการแชร์นั้นคือการเอาอำนาจจากเขาในการที่เขาคุกคามเราดึงกลับมาแล้วก็ทำเป็นบทเรียนให้กับคนอื่นครับ”

“ความคืบหน้าทางคดี ไปแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์แล้วก็ตำรวจธรรมดาแล้วนะครับ ในใจของทรายความคาดหวังคือให้เขาเข้าคุกครับ และทรายคิดว่าคนแบบนี้ควรได้ไปลองพฤติกรรมวิปริตในคุก ต้องระวังมากขึ้นนะครับ แต่เราไม่ได้อยากให้ประสบการณ์ของคนหนึ่ง มันกระทบการใช้ชีวิตของเรา เพราะว่าทรายเป็นคนที่ไม่อยากถือตัว ทรายอยากใช้ชีวิตที่มันปกติ ทรายอยากเข้าห้องน้ำธรรมดา อยากเดินห้างครับ”