“ผำ” พืชน้ำเล็ก ๆ ที่คนไทยรู้จักกันมานาน กำลังจะกลายเป็นซูเปอร์ฟู้ดตัวใหม่ของไทย หลังสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผำคุณภาพสูงแบบครบวงจร ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงชั้นวางสินค้า พร้อมเดินหน้าผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของประเทศ

ในกิจกรรม NSTDA x Press Interviews ดร.ปิยวุฒิ ศรีชัยกุล รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เปิดเผยว่า เนคเทคใช้ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เซนเซอร์ และปัญญาประดิษฐ์ ยกระดับภาคเกษตรไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด “งานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง” และ “ผำซูเปอร์ฟังก์ชัน” คือหนึ่งในผลงานที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด

ดร.ศุภนิจ พรธีระภัทร ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. อธิบายว่า ผำเป็นโปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมไม่ง่าย เพราะควบคุมคุณภาพให้คงที่ได้ยาก เนคเทคจึงร่วมมือกับไบโอเทค สวทช. และบรรจงฟาร์ม พัฒนาระบบตรวจวัดสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ด้วยอุปกรณ์ IoT ชื่อ “HandySense B-Farm” ให้เกษตรกรตรวจวัดคุณภาพน้ำและอากาศ พร้อมปรับการเพาะเลี้ยงให้เหมาะกับสภาพอากาศได้ทันท่วงทีผ่านเว็บแอปพลิเคชัน

ผลลัพธ์คือ ผลผลิตผำไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ผิวน้ำ 1 ตารางเมตร ต่อรอบผลิต 7 วัน มีโปรตีนมากกว่า 40 กรัม และวิตามินบี 12 มากกว่า 12 กรัม ต่อผำอบแห้ง 100 กรัม ทีมวิจัยยังคิดค้นเทคนิคชดเชยแสงด้วยไฟ LED สเปกตรัมเฉพาะในเวลากลางคืน ช่วยเพิ่มทั้งโปรตีนและวิตามินบี 12 อย่างมีนัยสำคัญ และกำลังทดลองใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดพิเศษที่เลือกช่วงคลื่นแสงส่องผ่านไปยังบ่อเพาะเลี้ยงได้ ร่วมกับทีมวิจัยของ ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา อีกด้วย

ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้แล้วใน 10 ฟาร์มเครือข่าย 4 ภูมิภาค ภายใต้โครงการ IDA Platform โดย สวทช. สนับสนุนทั้งงบประมาณและองค์ความรู้ นอกจากขั้นตอนเพาะเลี้ยงแล้ว ทีมวิจัยยังพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวอีก 2 ส่วน คือ ระบบล้างผำด้วย “นาโนโอโซน” ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฆ่าเชื้อโรคได้ตามมาตรฐาน ลดปริมาณไนเตรต ทำให้ผำสด สะอาด ปลอดภัย และเทคโนโลยี “เตาอบสเปกตรัมแสง” ที่แปรรูปผำสดเป็นผำแห้งโดยรักษาสารอาหารไว้ได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มโปรตีนและวิตามินบี 12 ได้อีกราวร้อยละ 10 ของน้ำหนักแห้ง พร้อมสีเขียวสดและกลิ่นหอมน่ารับประทาน

ด้านภาคเอกชนที่นำผำไปแปรรูปก็เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม นางสาวสุพัตรา หาญเจริญ ผู้อำนวยการบริษัท แกรนด์ วูฟเฟีย จำกัด เล่าว่า บริษัทเลือกรับซื้อผำแห้งจากฟาร์มที่ใช้เทคโนโลยีของ สวทช. เพราะคุณภาพคงที่ทุกรอบผลิต ขณะนี้อยู่ระหว่างขึ้นทะเบียน อย. สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโปรตีนใสและชาเขียวไม่มีคาเฟอีน

ขณะที่ นางปฏิมา โรจนตัณฑ์ กรรมการบริษัท ยุ้งปันหยา จำกัด ระบุว่า หลังประเมินร่วมกับผู้ประเมินสินค้าจากโมเดิร์นเทรดชั้นนำแล้วเห็นว่าผลิตภัณฑ์จากผำมีโอกาสทำตลาดได้ดีในไทยและอาจส่งออกได้ในอนาคต บริษัทจึงเข้าร่วมโครงการ IDA Platform เพื่อศึกษากระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำด้วยตนเอง เตรียมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ผำอบกรอบ” ภายใต้แบรนด์ GIN มีให้เลือกถึง 4 รสชาติ

ดร.ศุภนิจ กล่าวปิดท้ายว่า ยังมีอีกหลายบริษัทที่เลือกใช้ผำคุณภาพสูงจาก สวทช. เป็นวัตถุดิบ เพราะเชื่อว่าสินค้าที่ดีต้องเริ่มจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ตรวจสอบย้อนกลับได้ ความท้าทายต่อไปคือการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภครู้จัก “ผำพรีเมียมฝีมือคนไทย” เพื่อให้อุตสาหกรรมปลายน้ำเติบโต และส่งผลกลับไปสร้างรายได้ให้เกษตรกรต้นน้ำอย่างยั่งยืน โดยหวังว่าสักวันผำจะก้าวขึ้นเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของไทย

ผู้สนใจใช้งานเทคโนโลยี HandySense B-Farm หรือรับถ่ายทอดเทคโนโลยีล้างและแปรรูปผำอบแห้ง ติดต่อ นายปกรณ์ สุพานิช เนคเทค สวทช. โทร. 089-311-1235 อีเมล [email protected] ส่วนผู้สนใจอบรมกระบวนการผลิตผำ ติดตามได้ที่เว็บไซต์ SMC Academy: nectec.or.th/smc/smc-academy