เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยในงานกิจกรรมพบปะชุมชนคนไทยในนิวซีแลนด์ ว่า ขณะนี้สถานะประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจไทย และบทบาทในเวทีต่างๆ กำลังดำเนินไปในทางที่มั่นคง แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง ทั้งนี้ รัฐบาลสามารถเปิดความสัมพันธ์ใหม่กับประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการทูตและการค้าระหว่างภูมิภาค โดยภารกิจด้านต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูง ควบคู่ไปกับภารกิจภายในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการขับเคลื่อนที่เข้มข้นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล
“หัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายอย่างเดียว แต่อยู่ที่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำคลิกกันหลายเรื่องก็สำเร็จไปเกือบ 80% และทุกประเทศที่ท่านได้ไปเยือน สังเกตได้ว่าสามารถสร้างสิ่งนี้คือความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้นำ โดยความสนิทสนมและไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำในการหารือที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นปัจจัยที่ทำให้การเจรจาหลายเรื่องประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจหลักที่รัฐบาลละเลยไม่ได้คือการดูแลคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ ผ่านแนวทางการดำเนินงานที่เรียกว่าการทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก การทำงานในส่วนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารราชการเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนชาวไทยในต่างแดนเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในสังคมต่างชาติ สิ่งสำคัญคือ การส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายของประเทศที่พำนักอยู่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตและทำงาน อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานชุมชนให้แข็งแกร่งเพื่อให้คนไทยในต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดี และได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยสิ่งที่พยายามทำให้มากที่สุดคือ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวไทย ให้อยู่สุขสบายสามารถดูแลตัวเองกันได้
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน แม้จะเป็นรัฐบาลที่ประกอบด้วยพรรคหลักเพียงสองพรรค แต่ยังคงเน้นสร้างความสามัคคีภายในเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างความไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งจากภายในเพื่อให้ประเทศสามารถต่อสู้กับภัยคุกคามภายนอก และสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคอย่างอาเซียน รวมถึงประเทศคู่ค้าหลักอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทิศทางการทำงานของรัฐบาลเปรียบเสมือนกุญแจที่เปิดประตูโอกาสให้ภาคเอกชน และประชาชนสามารถตักตวงผลประโยชน์จากการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำที่อยู่ในระดับที่ดีมากได้ทันที
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า นโยบายด้านแรงงานของรัฐบาล มุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางเข้ามาทำงานในลักษณะแรงงานตามฤดูกาลในภาคการเกษตรเป็นหลักประมาณ 7,800 คนต่อปี กระทรวงแรงงานเตรียมนำประเด็นแรงงานเข้าไปเจรจาควบคู่กับการปรับปรุงข้อตกลงการค้าเสรีฉบับเดิมเพื่อเพิ่มโอกาส และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
“เราจะเอาเรื่องแรงงานไปเจรจารวมกับการอัปเดตตัว FTA เก่า แต่จะเอาเรื่องแรงงานผนวกเข้าไปด้วย ซึ่งเราพูดถึงเรื่องการขยายโควตา เรื่องการดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการให้กับพี่น้องแรงงาน ดูแลในเรื่องของการลดข้อจำกัดเช่นเรื่องของภาษา” นายจุลพันธ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการเจรจาที่สำคัญคือการเสนอปรับลดข้อจำกัดด้านทักษะภาษาอังกฤษสำหรับแรงงานบางสาขาอาชีพ อาทิ ภาคการเกษตร เชฟ และพนักงานนวด เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการจ้างงานมากขึ้น โดยจะเสนอให้ลดระดับความต้องการทางภาษาจากระดับวิชาการลงมาเป็นเพียงการสื่อสารขั้นพื้นฐานเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงานจริง และสร้างโอกาสการเข้าถึงงานที่กว้างขวาง
“ถ้าไม่ได้เรื่องภาษามากก็จะลดระดับลงจากระดับที่เป็น academic level ให้มันลดลงอยู่ในระดับที่เป็นแค่ basic communication ได้ไหม เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยมีโอกาสมายัง นิวซีแลนด์ให้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลในเรื่องสวัสดิภาพสวัสดิการคนไทยที่อยู่ที่นี่ด้วย” นายจุลพันธ์ กล่าว



