เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาลูกของคนต่างชาติสวมสิทธิเป็นบุตรของคนไทยเพื่อให้ได้รับสัญชาติไทย ว่า ตอนนี้ข้อจำกัดของ กมธ. คือรอเอกสารจากหน่วยงาน ที่ยังคงกังวลในการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งตนขอให้เปิดเผยรายชื่อของโรงพยาบาล (รพ.) ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย และให้ส่งข้อมูลมายัง กมธ. เพื่อเรียก รพ. เหล่านั้นมาชี้แจง ในส่วนของกรุงเทพมหานคร กมธ. ได้ขอรายชื่อผู้ที่มีแนวโน้มเป็นพ่อทิพย์ประมาณ 500 กว่าคน ซึ่งยังรอเอกสารอยู่ ทั้งนี้ จุดประสงค์ของ กมธ. คือหาคนผิดในขบวนการดังกล่าวมารับโทษให้ได้
เมื่อถามว่า การที่หน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือแบบนี้ ทาง กมธ. สามารถทำอะไรได้บ้าง นายสกลธี กล่าวว่า มี พ.ร.บ.อำนาจเรียก แต่เราไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น สิ่งที่ กมธ. ขอไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เราต้องการแก้ปัญหา ซึ่งข้อมูลในมือตนก็มี เพียงแค่อยากได้การยืนยันชัดเจนจากหน่วยงาน แต่ถ้าขอกันแบบปกติไม่ได้ คงต้องใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก หรือเชิญหน่วยงานนั้นมาทุกสัปดาห์ จากการตรวจสอบเบื้องต้น เดือนที่ผ่านมามี รพ.เอกชนประมาณ 8 แห่ง ที่เกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้พบเกือบ 20 กว่าแห่งแล้ว ในสัปดาห์หน้า ที่จะมีการประชุมสภา ก็จะมีการพูดถึงการกรอกข้อมูลใช้บริการสถานพยาบาลทิพย์ในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ด้วย
เมื่อถามว่า แอปหมอพร้อม ทาง กมธ. จะตรวจสอบอย่างไร เพราะล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่าเป็นเพียงการคีย์ข้อมูลผิด นายสกลธี กล่าวว่า ตนได้ฟังทางสาธารณสุขชี้แจง คิดว่าไม่เพียงพอ เพราะมีผู้มาร้องจำนวนมาก มีแนวโน้มว่าไม่ใช่การคีย์ผิด แต่จะเป็นการทุจริตหรือไม่ก็จะเชิญผู้ชี้แจงมาอีกครั้ง ซึ่งตนเคยทำหนังสือเชิญปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว แต่จะส่งใครมาชี้แจงแทนตนไม่ติดใจ แต่ควรเป็นคนที่รู้เรื่องเท่านั้น นอกจากนี้ตนคิดว่าควรมีการสังคายนา โดยเฉพาะการปรับเคพีไอการทำงานของ รพ. เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ใช่รีบสรุปว่าคีย์ข้อมูลทิพย์ แล้วจบกันไป
นายสกลธี ยังกล่าวถึงการลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศว่า ตนจะทำหนังสือถึงกรมศุลกากรอีกครั้งเพ่อสอบถามจำนวนการลักลอบนำออกหรือจับได้เท่าไหร่ แต่ยังไม่ได้รายงานชื่อบุคคลที่นำคอนเทนเนอร์ออกไปจำนวนมาก จากที่คุยส่วนใหญ่คือคนต่างชาติแต่คงทำเพียงลำพังไม่ได้ อาจมีคนไทยร่วมด้วย จึงยังรอรายชื่อเพื่อเชื่อมโยงเส้นเงิน อย่างไรก็ตาม กมธ.สาธารณสุข ได้ตั้งอนุ กมธ. ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมกัญชา พิจารณาและนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องของกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลมาดูและปรับเพิ่มเติม คาดว่าจะเสร็จในอีก 2 สัปดาห์ ออกมาเป็นร่างของ กมธ. เพื่อให้แต่ละพรรคการเมืองนำไปประกบกับร่างรัฐบาลได้ เพื่อให้ใช้ทางการแพทย์จริงๆ ครอบครองยากขึ้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกมองเป็นฮับส่งออกกัญชา.



