มื่อวันที่ 22 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก ว่าที่ร้อยตรี คณิศร ศรีสุข อายุ 55 ปี ชาวบ้านตาเตาะ หมู่ 11 ต.ตระแสง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังป่วยด้วยภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ ส่งผลให้ร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านมานานกว่า 8 เดือน

เมื่อเดินทางไปถึงบ้าน พบว่าเป็นบ้านเก่าและค่อนข้างทรุดโทรม ภายในมีข้าวของเครื่องใช้วางอยู่จำนวนมาก โดย นางศิริวรรณ สารมะโน อายุ 54 ปี น้องสาวของผู้ป่วย กำลังเตรียมอาหารให้พี่ชาย โดยเน้นอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก อกไก่ ปลา และถั่วแดง เพื่อช่วยดูแลสุขภาพและระบบขับถ่าย

แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่ ว่าที่ร้อยตรี คณิศร ยังสามารถใช้แขนข้างขวาที่พอมีแรง ตักอาหารรับประทานได้ด้วยตัวเอง หลังรับประทานอาหารเสร็จ น้องสาวจะช่วยทำกายภาพบำบัดให้ทุกวันตามคำแนะนำของแพทย์ แม้บางครั้งผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง แต่ยังคงพยายามฝึกอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าสักวันร่างกายจะสามารถฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวกำลังเผชิญปัญหาด้านฐานะและค่าใช้จ่ายอย่างหนัก ปัจจุบัน ว่าที่ร้อยตรี คณิศร มีรายได้เพียงเบี้ยผู้พิการเดือนละ 800 บาท ขณะที่ยังมีหนี้นอกระบบมากกว่า 100,000 บาท ต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณเดือนละ 5,000 บาท ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่กับน้องสาว ซึ่งมีรายได้จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงเดือนละ 300 บาท ส่วนสามีของนางศิริวรรณซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ จะส่งเงินมาช่วยเป็นครั้งคราว ขณะที่พี่น้องอีก 3 คน ต่างช่วยกันตามกำลัง แม้แต่ละคนจะมีภาระของตัวเอง

นางศิริวรรณ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังทราบว่าพี่ชายป่วยหนัก ตนตัดสินใจลาออกจากงานและทิ้งครอบครัวที่กรุงเทพฯ กลับมาดูแลทั้งแม่วัย 85 ปี และพี่ชายที่ป่วยติดเตียงตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลังจากดูแลแม่ได้เพียง 6 เดือน แม่ก็เสียชีวิต ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียงพี่ชายที่ต้องดูแลเพียงลำพัง

นางศิริวรรณ ยังเล่าว่า การทำกายภาพบำบัดให้พี่ชายในแต่ละวันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตนเองมีอาการบาดเจ็บที่แขนจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ขณะเดินทางไปหาซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารให้พี่ชาย ทำให้บางครั้งไม่สามารถทำกายภาพบำบัดได้ครบทุกขั้นตอนตามหลักการรักษา

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี คณิศร เล่าว่า ก่อนป่วยเคยทำงานที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ ก่อนลาออกมาทำงานเป็นช่างประกอบเครื่องล้างรถอัตโนมัติในบริษัทแห่งหนึ่ง และเป็นเสาหลักในการดูแลแม่ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน

ก่อนเกิดเหตุ แพทย์เคยตรวจพบว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง และแนะนำให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่ด้วยภาระทั้งการดูแลแม่ ปัญหาหนี้สิน และความจำเป็นต้องทำงานหนัก ทำให้พักผ่อนน้อยและละเลยเรื่องอาหาร

กระทั่งเช้าวันหนึ่ง ขณะกำลังเตรียมตัวไปทำงาน ตื่นขึ้นมาพบว่าร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง จึงร้องเรียกให้คนช่วย ก่อนที่แม่ซึ่งนอนอยู่ข้างกันจะรีบไปตามญาติและนำตัวส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ จากนั้นถูกส่งต่อไปผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลขอนแก่น โดยใช้เวลารักษาตัวนานกว่า 1 เดือน ก่อนกลับมาพักฟื้นที่บ้าน

หลังทราบข่าวการเจ็บป่วย เพื่อนร่วมงานและผู้ใหญ่จากหลายหน่วยงานได้ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือ ทั้ง ว่าที่ร้อยตรี กิติวรรณ มณีล้ำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ นายธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว จากสุรินทร์นิวส์และสมาคมสุรินทร์นิวส์ รวมถึงสนับสนุนรถพยาบาลสำหรับเดินทางไปพบแพทย์ตามนัด ขณะที่หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้ความช่วยเหลือเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท

ว่าที่ร้อยตรี คณิศร ยอมรับว่า บางครั้งรู้สึกน้อยใจตัวเองที่ไม่ดูแลสุขภาพให้ดีกว่านี้ แต่ยังพยายามให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ โดยพูดกับตัวเองว่า “มันต้องหายสิ” พร้อมฝากเตือนทุกคนให้หมั่นตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อย่าละเลยเรื่องอาหารและการพักผ่อน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสุขภาพ และอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตได้เพียงชั่วข้ามคืน

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือ ว่าที่ร้อยตรี คณิศร ศรีสุข สามารถร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เช่น แพมเพิส ทิชชูเปียก ทิชชู่แห้ง และอาหาร โดยติดต่อ นางศิริวรรณ สารมะโน น้องสาวผู้ป่วย โทร. 08-8630-1037

เพราะในวันที่ครอบครัวหนึ่งกำลังเผชิญความยากลำบาก น้ำใจจากคนในสังคม แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจกลายเป็นกำลังสำคัญให้พวกเขามีแรงเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง